Advertisement

SHARE

จากอินฟลูเอนเซอร์ที่มีคนกดไลค์เพจ ระดับ 3 ล้านคน ในช่วงพริบตากลับโดนคนอันฟอลโลว์นับแสน นอกจากนั้น ฌอน บูรณะหิรัญ ยังโดนถล่มจากเหล่าเซเล็บในโลกออนไลน์ด้วยกันอย่างยับเยิน ชนิดที่ต้องเจ็บตัวหนักทีเดียว
แน่นอน เรื่องเกี่ยวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั้นเกี่ยวข้องโดยตรง แล้วยังมีเรื่องเงินบริจาคไฟป่าที่เขาต้องตอบคำถามสังคมอีก นี่คือเหตุการณ์ที่หนักที่สุดในการทำสื่อออนไลน์ของฌอน บูรณะหิรัญ workpointTODAY จะสรุปเรื่องราวทั้งหมด โพสต์เดียวจบใน 24 ข้อ

1) ฌอน บูรณะหิรัญ เกิดที่แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีพ่อแม่เป็นคนไทยทั้งคู่ ในวันหนึ่งเขาเริ่มหันมาทำเพลงฮิปฮอปปล่อยในยูทูบ โดยใช้ชื่อในวงการว่า SEAN B (ฌอน บี) ซึ่งปรากฏว่าไปเข้าตาค่ายเพลง BangBaht (แบงค์บาท) จึงเชิญมาร่วมงานกันที่ประเทศไทย ฌอนตอบตกลงแล้วบินมาหาความท้าทายใหม่ที่ประเทศไทย ในช่วงอายุ 22 ปี
2) ฌอน มีผลงานเพลง 3 ซิงเกิ้ล โดยชิ้นที่ได้ยอดวิวมากที่สุด คือเพลงชื่อ “เป็นไรไหม” ที่ร้องร่วมกับ อิลสลิค ศิลปินฮิปฮอปคนดัง มียอดวิว 2.2 ล้าน ซึ่งพอเริ่มมีชื่อเสียงในวงการเพลง ฌอน ได้รับข้อเสนอให้เล่นละคร และภาพยนตร์ เขาจึงกระโดดไปหาความท้าทายใหม่ ในวงการบันเทิง
3) อย่างไรก็ตาม เขาไม่ประสบความสำเร็จในวงการบันเทิง และมีงานร่อยหรอมาก จนเงินเก็บก็ลดลงเรื่อยๆ มาถึงในปี 2016 ฌอนกำเงินก้อนสุดท้ายในมือ 30,000 บาท ไปเรียนวิชาทำสื่อออนไลน์ และได้เคล็ดลับมาว่า เขาควรจะเจาะตลาดแบบเฉพาะเจาะจงก่อน หาทาร์เก็ต กรุ๊ปของตัวเองให้เจอ ทำให้เขาเปิดเพจของตัวเองเป็นครั้งแรก ในชื่อ “ฌอนสอนชาย ให้เป็นแมน”
โดยคลิปก็เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ของผู้ชาย เช่น เคล็ดลับมีซิกส์แพ็กง่ายๆ , เลือกแว่นตาอย่างไรให้เข้ากับใบหน้า หรือ แอบชอบรุ่นพี่ ทำอย่างไรดี เป็นต้น โดยฌอนจะให้คนส่งรูปหน้าตัวเองเข้ามาที่อินบ็อกซ์ของเพจ แล้วจะช่วยลูกเพจเลือกแว่นตาที่เข้ากับใบหน้าเป็นต้น
4) คลิปไลฟ์สไตล์ไม่ประสบความสำเร็จนัก คนดูอยู่ระดับหลักร้อยไลค์เท่านั้น นั่นทำให้ฌอนทดลองแนวใหม่ โดยลองหยิบนิทานและเรื่องเล่าจากภาษาอังกฤษ แปลเป็นภาษาไทย ก่อนจะเล่าด้วยน้ำเสียงที่เข้าใจง่าย ซึ่งคลิปนี้พอลงไป มีคนดูรวม 2 แสนวิว นั่นทำให้ฌอนค้นพบแนวทางใหม่ ว่าควรเปลี่ยนมาทำเพจเล่าเรื่องสร้างแรงบันดาลใจ และให้ข้อคิดน่าจะปังมากกว่า ซึ่งหลังจากทำวีดีโอมากขึ้น ฌอนใส่กิมมิคลงไปในคลิปของตัวเองด้วยการพูดชื่อตัวเองตอนจบ ว่า “ผม ฌอน บูรณะหิรัญ”
5) ฌอน เริ่มมีฐานแฟนที่เหนียวแน่นขึ้น เขาจึงเห็นช่องทางหารายได้ โดยจัดทำริสแบนด์ เขียนคำว่า “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” ในราคาชิ้นละ 200 บาท วางขายจากเพจตัวเอง ปรากฎว่ามียอดสั่งซื้อถึง 5,000 ชิ้น นั่นทำให้ฌอนได้เงิน 1 ล้านบาทเป็นครั้งแรก และถึงจุดนี้เขาเองก็รู้แล้วว่าเพจของเขาสามารถสร้างกำไรได้เป็นชิ้นเป็นอัน
6) หลังจากค้นพบแนวทางว่า การทำเพจแนวสร้างแรงบันดาลใจ คือแนวที่ใช่สำหรับเขา ฌอนตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเพจ จาก “ฌอนสอนชาย ให้เป็นแมน” เป็นชื่อจริงของเขา “ฌอน บูรณะหิรัญ” เนื่องจากเพจของเขาจะไม่ไปทางไลฟ์สไตล์อีกแล้ว แต่จะเป็นแนวให้ข้อคิด เล่านิทานกึ่งๆเป็นไลฟ์โค้ช
7) ความนิยมของฌอน พุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด Facebook ของเขามีคนติดตามเกิน 4 ล้านคน ใน Youtube มีคนติดตาม 1.4 ล้านคน นอกจากนั้นยังมีเว็บไซต์ของตัวเองด้วย เพื่อทำการขายคอร์สเรียนทำสื่อออนไลน์
นอกจากนั้นเขายังมีรายได้อีกด้าน คือการขายหนังสือ โดยฌอนเขียนเรือง “51 ศาสตราวุธ สู่จุดสูงสุดของชีวิต” โดยปัจจุบันตีพิมพ์ซ้ำมาแล้วถึง 10 รอบ และอีกเล่มมีชื่อว่า “อิทธิพล” เป็นวิธีการสร้างคอนเทนต์ออนไลน์ของเขา ซึ่งก็ขายดีเช่นเดียวกัน
8) ด้วยชื่อเสียงและความนิยม ทำให้เขามีพาวเวอร์ในการเชิญคนมีชื่อเสียงมาร่วม “ทอล์ก” ในรายการของตัวเองมากมาย เช่น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ รวมถึง แรปเปอร์ยังโอม เป็นต้น นอกจากนั้น ยังได้รับรางวัลสื่อมวลชนดีเด่น “ฐานันดร 4 ทองคำ” จากมหาวิทยาลัยรังสิตอีกด้ว
9) พฤษภาคม 2017 ฌอนไปออกรายการ “เจาะใจ” ที่มีสัญญา คุณากร เป็นพิธีกร ระหว่างรายการสัญญาถามว่า “คิดว่าตัวเองมีชื่อเสียงหรือยังครับ” ฌอนตอบว่า “คิดว่ามีครับ”
“สิ่งที่เหนือกว่าชื่อเสียงคือเป็น Master (ปรมาจารย์) สมาธิของผมก็เลยจะฝึกฝนให้ตัวเองเป็นมาสเตอร์ในสักอย่างให้ได้ จะสร้างตัวเองให้เป็นเหมือนมหาตมะ คานธี และ อาจารย์ติช นัท ฮันท์ ของเวียดนาม ถ้าผมจะยึดติดกับอะไร ผมคงยึดติดกับปัญญามากกว่า ต่อให้คุณเอาเงินของผมไป เอาชื่อเสียงของผมไป แต่ถ้าผมมีปัญญาผมจะสร้างมันขึ้นมาอีกที”
10) ด้วยชื่อเสียงทำให้เขาเปิดคอร์สสอนการทำสื่อออนไลน์ ราคา 3,900 บาท มีคนลงเรียนนับพันคน นอกจากนั้นยังเปิดสอนการวางกลยุทธ์ทำคอนเทนต์แนวการตลาด โดยคิดค่าปรึกษา คุยวีดีโอคอล 1 ครั้ง (45 นาที) ครั้งละ 30,000 บาท ถ้าคุย 3 ครั้ง ลดราคาพิเศษเหลือ 70,000 บาท
11) ท่ามกลางความนิยมอย่างมหาศาล ก็เริ่มมีคนตั้งคำถามในตัวฌอนมากขึ้นเรื่อยๆ ในเว็บพันทิปเขาโดนวิจารณ์เรื่องความสามารถในการเป็นพิธีกรที่ทำในคลิปได้ดี แต่พอออกมาพูดนอกสถานที่กลับพูดวกไปวนมา จนไม่ได้ประโยชน์แก่คนฟังทั้งๆที่ค่าตัวอยู่ในระดับที่แพงมาก
12) และอีกประเด็นที่สำคัญก็คือ ฌอน คนนี้เป็นใคร ด้วยอายุแค่ 20 เศษๆ เคยประสบความสำเร็จมาจากไหน มีความรู้ด้านจิตวิทยาอะไร ถึงสามารถมาสอนคนอื่นได้ โดยความเห็นหนึ่งในโลกออนไลน์พิมพ์ว่า
“เฉยๆนะ กับคนๆนี้ ที่พูดๆมา ก็จำที่อ่านๆมาทั้งนั้น แค่มีวิธีพูดที่อาจโดนใจคน แต่ไม่เคยเห็นว่าทำอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง แล้วจะมาไลฟ์โค้ชใครได้ ฟังเพลินๆเหมือนพวกทอล์กโชว์สมัยก่อน เพียงแต่เปลี่ยนคน เปลี่ยนเรื่องตามยุคสมัยแค่นั้น”
13) นอกจากนั้น ยังมีคนตั้งคำถามเรื่องจุดยืนของฌอนด้วย นั่นคือตอนแรกเขาเปิดเพจฌอนสอนชายให้เป็นแมน ก่อนที่จะเห็นว่าไม่เวิร์กเลยเปลี่ยนมาเป็นแนวปรัชญาแทน นั่นแสดงว่าเขาแค่จะทำอะไรก็ได้ เพื่อให้ตัวเองมีชื่อเสียงหรือเปล่า ไม่ได้มีความแน่วแน่ในการสร้างสังคมให้ดีตั้งแต่ต้น แต่เห็นว่ามันเป็นช่องทางในการทำเงินแค่นั้น
14) อย่างไรก็ตาม ฌอน ไม่หวั่นกลัวเรื่องเสียงวิจารณ์ใดๆทั้งสิ้น ในมุมของฌอนการมีชื่อของคุณอยู่ในสื่อ ต่อให้โดนวิจารณ์ในแง่ลบ แต่ก็สามารถพลิกแพลงให้กลายเป็นบวกได้ “มีคำกล่าวว่า ไม่มีอะไรเป็นลบถ้าคุณได้อยู่ในสื่อ แต่ผมขอเสริมไปอีกเล็กน้อยว่า โลกนี้ไม่มีอะไรเป็นกระแสลบทั้งนั้น ถ้าคุณรู้วิธีว่าจะทำอย่างไรกับมัน”
“ในเส้นทางการทำสื่อออนไลน์ คุณจะได้เผชิญกับสิ่งเหล่านี้ คุณสามารถพลิกทุกสถานการณ์หากคุณใช้ความคิดสร้างสรรค์ ถ้าคิดไม่ออก … ติดต่อผม 555″
15) ดังนั้นสำหรับฌอน บูรณะหิรัญ จึงสร้างความรู้สึกสำหรับคนสองกลุ่ม คือฝ่ายแรกชื่นชอบ ที่ฌอนใช้คำเข้าใจง่าย ฟังแล้วรู้สึกสบายใจ เหมือนมีคนคอยให้คำปรึกษา นี่คือฐานแฟนคลับของฌอน แต่อีกฝ่ายคือมองว่าฌอนไม่มีอะไรเลย แค่หยิบเอาเรื่องเล่าจากต่างประเทศมาแปลเป็นไทยแล้วเล่าให้ฟัง จากนั้นพอมีชื่อเสียงก็ทำเงินจากการเปิดคอร์ส ขณะที่ในชีวิตจริงไม่เคยประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แล้วแบบนี้จะมีสิทธิ์มาสอนคนอื่นได้หรือ
อย่างไรก็ตามคนชอบก็ชอบไป ส่วนคนไม่ชอบก็ไม่ได้อะไร เพราะฌอนยังไม่ได้ทำอะไรผิดชัดเจน ณ เวลานั้น
16) อย่างไรก็ตามดราม่าก็เกิดขึ้้นในวันที่ 23 มิถุนายน เมื่อฌอนลงคลิปในเฟซบุ๊กชื่อตอนว่า “ผมได้ปลูกต้นไม้กับท่านประวิตร” ความยาวทั้งคลิป 3.49 นาที ซึ่งเป็นคลิปที่ ฌอนไปร่วมปลูกต้นไม้ ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งในคลิป ฌอน ได้พูดถึงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่า
“เมื่อกี้ได้เจอท่านประวิตร มันไม่เหมือนที่เราเห็นในรูปภาพที่อยู่ในมีม ที่เขาหลับและภาพจะออกมาแบบดูร้ายหน่อย แต่พอได้เห็นตัวจริง เหมือนเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารัก ทำให้ผมนึกออกว่าสิ่งที่เราเห็นในสื่อ เขาก็มีเจตนาที่จะทำให้เราคิดอะไรบางอย่าง อย่าเพิ่งตัดสินใครจนกว่าเราได้เจอตัวเขาจริงๆ ได้คุยกับเขาและสัมผัสกับเขา”
“น้องๆ ที่กำลังเติบโตอยู่ก็อยากให้รู้ว่าข่าวมีเจตนาของเขานะ เราอย่าเพิ่งเชื่อ 100% ในสิ่งที่เราดู สิ่งที่เราเห็น”
“ผมก็ไม่ได้พยายามบอกว่า ให้เราชอบใครหรือไม่ชอบใคร ผมอยากจะบอกให้น้องๆ อยู่กลาง เพราะว่าสื่อทุกอย่างพยายามมีอิทธิพลต่อความคิดของเรา ดังนั้นอย่าให้สื่อไหน ทำให้เราชอบใคร เกลียดใคร ให้เราอยู่กลางแล้วฟังทั้งสองฝ่าย แล้วถ้าเป็นไปได้ เข้าไปหาเขาจริงๆ เลย ถึงจะค่อยตัดสินใจด้วยตัวเอง”
17) คำพูดของฌอนนั้นสร้างความผิดหวังให้ฐานแฟนคลับเป็นอย่างมาก และสำหรับคนที่ไม่ชอบฌอนแต่แรกอยู่แล้วยิ่งเข้าทาง เป็นช่องให้โจมตีฌอนทันที สาเหตุเพราะ พล.อ.ประวิตร ถือเป็นหัวใจสำคัญของรัฐบาลทหาร นอกจากนั้น พล.อ.ประวิตรยังรอดคดีสะสมนาฬิกาหรู โดยให้เหตุผลว่ายืมนาฬิกาเพื่อนมา ซึ่งป.ป.ช. ก็ไม่สามารถเอาผิดได้ นี่เป็นทหารที่มีประเด็นในด้านลบมากมาย แต่ฌอนยังออกมาสร้างภาพให้ในแง่บวก
18) เมื่อคลิปปล่อยออกไป คนเข้ามาถล่มในเฟซบุ๊กของฌอนอย่างดุเดือด แต่ชนวนยิ่งเลวร้ายขึ้นเมื่อตัวฌอน ตอบโต้ไปด้วยลักษณะใช้คำเอาฮา ตัวอย่างเช่น “ไม่ต้องห่วงครับ นักการเมืองไทย ไม่มีอิทธิพลต่อชีวิตผม เท่ากับนักการเมียไทย นักการเมียไทย มีอิทธิพลต่อชีวิตผมทุกวัน ถ้านักการเมียไทยของผมมีความสุข ผมก็สบายใจ” แล้วปิดท้ายด้วยอีโมจิหัวเราะ
ขณะที่บางคนโพสต์ว่าเลิกติดตามเฟซบุ๊กของฌอน แต่ฌอนก็พิมพ์ตอบกลับว่า “ขอบคุณที่รักกันมาตลอด 4 ปีนะครับ”
19) แฮชแท็ก #ฌอนบูรณะหิรัญ กลายเป็นอันดับ 1 ในทวิตเตอร์ จากนั้นเขาโดนคนหลายวงการรุมยำเละ เช่น จอห์น วิญญู พิธีกรรายการเจาะข่าวตื้น ทวีตข้อความว่า “Fuck you ฌอน บูรณะหิรัญ” พร้อมพูดถึงเรื่องนี้ในรายการ Daily Topics โจมตีฌอนด้วยประโยคว่า “ถ้ามึงเป็นสื่อจริงๆ มึงจะทำหน้าที่เรียนรู้และหาข้อมูลก่อนไปเจอคนอย่างประวิตร และไม่ใช่ สื่อกระจอกๆ ด้วยการดูแค่มีม”
ฌอนได้พิมพ์ตอบโต้กลับไปว่า “ผมชื่นชมพี่จอห์น วิญญูมาโดยตลอด ชอบที่พี่กล้าจะพูดแสดงความคิดเห็น แม้ว่าครั้งนี้พี่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผม แต่มันไม่ได้ทำให้ผมเกลียด ผมยังคงเป็นแฟนคลับพี่นะครับ ผมจะยังเคารพ ให้เกียรติ และชื่นชมพี่จอห์นตลอดไปครับ ผมรู้ว่าพี่คงไม่อยากให้คนแบบผมเป็นแฟนคลับ แต่ผมแค่มาแสดงความเคารพต่อความกล้าแสดงความคิดเห็นของพี่ครับ”
20) เมื่อมีกระแสดราม่าในวงกว้าง ทำให้มีแฟนคลับบางส่วนออกมาถ่ายรูปเผาหนังสือของฌอนลงในโลกออนไลน์ ขณะที่เพจของฌอน จากตอนแรกมีคนฟอลโลว์ราว 4 ล้าน แต่ล่าสุดลดลงมาเรื่อยๆ เหลือ 3.85 ล้าน หายไปเกือบ 2 แสนคน ขณะที่ฌอน หลังจากโดนถล่มยับ ก็ยังไม่ได้ออกมาตอบโต้ใดๆ
21) จากคำพูดของฌอน กลายเป็นกระแสการเมือง โดยคนจำนวนมากในโลกออนไลน์จะเทไปทาง #RIPฌอน เนื่องจากไปสนับสนุนเผด็จการทหาร อย่างไรก็ตามกองเชียร์ของฝั่งรัฐบาลก็พยายามตั้ง #Saveฌอน ออกมาตอบโต้ โดยระบุว่ามันเป็นสิทธิ์ที่ใครจะชอบจะรักใครก็ได้
เรื่องนี้ไปไกลกว่าจุดประสงค์ที่ฌอนตั้งใจในตอนแรก คือฌอนพยายามบอกว่า อย่าไปตัดสินใจใครทั้งๆที่ยังไม่รู้จัก แต่เมื่อคนที่ฌอนยกมาคือ พล.อ.ประวิตร ทำให้ประชาชนมองว่า มีเหตุผลอะไรต้องไปเชิดชูพล.อ.ประวิตร ทั้งๆที่ฌอนเองก็ไม่ได้รู้จักอะไร พล.อ.ประวิตรเลยด้วยซ้ำ
22) อย่างไรก็ตาม มีการพิจารณากันว่า ตัวฌอน อาจจะไม่รู้สึกกระทบกระเทือนกับเสียงวิจารณ์มากนัก โดยอ้างอิงจาก Quote คำพูดของฌอนที่เคยเขียนไว้ในหนังสือของตัวเองว่า
“เวลาคนทิ้งข้อความแย่ๆให้คุณ อย่าเพิ่งรีบถือมันเป็นปัญหาของคุณ คนเหล่านี้เขาไม่ได้จะแค่ด่าคุณคนเดียว เขาส่งข้อความแย่ๆแบบนี้ไปหลายที่เพื่อต้องการปลดปล่อยความเครียดในชีวิต ดังนั้นคุณสามารถคิดในมุมว่า คุณกำลังมีส่วนช่วยให้เขาระบายอารมณ์ลบของเขาออกมา”
“เพจของผมช่วยลดความทุกข์ของคน บางคนต้องการฟังเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจ บางคนต้องการแบ่งปันเรื่องตัวเองใต้คอมเมนต์ ส่วนบางคนต้องการระบายความทุกข์ในใจด้วยวิธีการแสดงออกด้วยการวิจารณ์แรงๆ”
23) นี่เป็นสถานการณ์ที่หนักหนาที่สุด ตั้งแต่ฌอน บูรณะหิรัญ มีตัวตนบนโลกออนไลน์ และต้องติดตามกันต่อไปว่า เขาจะเอาตัวรอดได้หรือไม่กับสถานการณ์นี้
24) ล่าสุดนอกจากประเด็นพล.อ.ประวิตรแล้ว ยังมีประเด็นที่สังคมทวงถามขึ้นมา คือเรื่องเงินบริจาคไฟป่า โดยเดือนมีนาคม 2020 ที่ผ่านมา ฌอน บูรณะหิรัญ ได้เปิดรับบริจาค ให้คนโอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง และยืนยันว่าจะนำเงินไปมอบเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่สู้ไฟป่า และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ อย่างไรก็ตาม มีเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าตัวจริง ตั้งคำถามว่า เงินจากการบริจาค ฌอนเอาไปให้ใครที่ไหน ถึงเวลานี้ตัวเขาและคนรอบตัวยังไม่ได้รับ ซึ่งจุดนี้ ฌอน ก็จำเป็นต้องเอาหลักฐานมาอธิบายตัวเองต่อไป

 

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...