Advertisement

SHARE

คัดลอกแล้ว

กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นกลุ่มก้อน 11 ราย รักษาในโรงพยาบาล 34 ราย กลับบ้านแล้ว 35 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมสะสม 70 ราย  ปลัด สธ.เผยสาเหตุการติดเกิดจากการไปสังสรรค์กับเพื่อนชาวฮ่องกง สูบบุหรี่มวนเดียวกัน ดื่มเหล้าแก้วเดียวกัน

วันที่ 12 มี.ค.2563  นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทยว่า วันนี้มีผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านได้ 1 ราย เป็นหญิงอายุ 62 ปี รักษาที่สถาบันบำราศนราดูร และพบผู้ป่วยยืนยันเป็นกลุ่มก้อน 11 ราย เป็นคนไทยทั้งหมด การตรวจพบผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นการค้นพบจากการขยายการคัดกรองการป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจเป็นกลุ่มก้อน ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่า วันที่ 21 ก.พ. 2563 กลุ่มผู้ป้วยได้พบปะกับเพื่อนนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงที่มาเที่ยวเมืองไทย หลังจากนั้น 4 วัน คือวันที่ 25 ก.พ.เริ่มป่วยด้วยอาการไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ไอ ในขณะที่มีอาการป่วยอยู่นั้นได้นัดสังสรรค์กับเพื่อนสนิทอีก 2 ครั้ง คือวันที่ 27 และ 29 ก.พ. โดยมีพฤติกรรมดื่มสุราแก้วเดียวกัน สูบบุหรี่มวนเดียวกัน

หลังจากนั้นในวันที่ 4 มี.ค. ผู้ร่วมสังสรรค์เริ่มทยอยป่วย 7 คนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยตรวจพบการติดเชื้อ 11 คน จากทั้งหมด 15 คน (รวมผู้ป่วย) เป็นชาย 5 คน หญิง 6 คน ช่วงอายุ 25 – 38 ปี ในจำนวนนี้มี 4 คนที่ไม่ป่วยเเละไม่ติดเชื้อ ทั้งหมดให้ประวัติว่า ไม่ได้ดื่มเหล้าเเละสูบบุหรี่ร่วมกับกลุ่มเพื่อน กระทรวงสาธารณสุข ได้ติดตามครอบครัวและเพื่อนที่ไม่ได้ร่วมกลุ่มสังสรรค์เบื้องต้น 70 คน ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการครั้งแรกไม่พบเชื้อ จึงไม่พบหลักฐานว่าเกิด super spreading เนื่องจากเป็นการติดเชื้อในกลุ่มเพื่อนสนิทที่ร่วมวงสังสรรค์ ยังไม่ออกนอกกลุ่ม

กรณีการป่วยเป็นกลุ่มก้อนครั้งนี้ เป็นบทเรียนที่สำคัญของคนไทยหลายประการ หากป่วยแล้วไม่กักตัว ส่งผลกระทบคนใกล้ชิดและครอบครัวติดเชื้อ  และในสถานการณ์โรคระบาด มาตรการ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ล้างมือ/ ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น เป็นสิ่งสำคัญมาก เมื่อเจ็บป่วยต้องพักอยู่กับบ้าน ลดความเสี่ยงของผู้อื่นและสังคม

สำหรับสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 34 ราย กลับบ้านแล้ว 35 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมสะสม 70 ราย, ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม – 11 มีนาคม 2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 5,232 ราย คัดกรองจากทุกด่าน 219 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 5,013 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วและอยู่ระหว่างติดตามอาการ 3,865 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 1,367 ราย

สถานการณ์ทั่วโลกใน 121 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 1 เรือสำราญ ข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม – 12 มีนาคม 2563 (07.00 น.) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 121,996 ราย เสียชีวิต 4,390 ราย ส่วนประเทศจีนพบผู้ป่วย 80,790 ราย เสียชีวิต 3,158 ราย

นพ.สุขุม ยืนยันว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทยอยู่ในระยะที่ 2 เนื่องจากติดจำกัดในกลุ่มเพื่อน ตามคำนิยามที่เราดูแลไว้แต่ต้นแล้ว ไม่ได้แพร่ออกไปถึงคนอื่น และก็ไม่ใช่ super spreader เพราะเป็นการรวมกิจกรรมและใช้ของใกล้ชิดสัมผัสในกลุ่มเดียวกัน และการที่เราสามารถป้องกันกลุ่มนี้ได้เพราะความร่วมมือของพวกเราทุกคน ถ้ามีคนมาจากต่างประเทศหลีเลี่ยงกิจกรรมร่วมกัน อยู่ในสถานที่เดียวกัน โดยเฉพาะในห้องแอร์ที่อยู่แคบๆ หรืออยู่ใกล้ชิดกันเกิน 6 ชั่วโมง ระยะห่างนั่งเกิน 1 เมตร อันนี้ชัดเจนเลยว่าดื่มเหล้าร่วมแก้ว ดื่มเครื่องดื่มแก้วเดียวกัน สูบบุหรี่มวนเดียวกันทั้งกลุ่ม กินข้าวสำรับเดียวกันโดยไม่ใช้ช้อนกลางทำให้ติดถึง 11 คน

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับพื้นที่พบผู้ป้วยรายใหม่เป็นสถานที่ที่มีการสังสรรค์กัน ผู้ที่เป็นต้นเหตุคือเพื่อนจากฮ่องกงได้เดินทางกลับไปแล้ว คนที่ป่วยทั้งหมดเป็นคนไทย คนที่ป่วยมีกิจกรรมที่พบกับเพื่อนในงานแต่งงาน เราได้ตรวจทั้งหมดแล้วยังไม่พบเชื้อและต้องเฝ้าระวังต่อ 14 วัน ส่วนกรณีผู้ป่วยที่เป็นวิศวกร จากการตรวจสอบไม่พบการป่วยเพิ่มในพื้นที่ๆ ที่เขาไป

นพ.สุขุม กล่าวถึงศูนย์กักกันผู้เดินทางจากประเทศเสี่ยงที่จะปิดและให้กลุ่มเสี่ยงไปกักตัวที่บ้านว่า จะมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องไปดูแลที่บ้าน ทุกรายจะถูกคัดกรองใครมีไข้จะส่งไปโรงพยาบาล ส่วนคนที่ไม่มีไข้จะให้กลับไปกักตัวที่โรงแรม หรือที่พักที่กำหนด ส่วนคนไทยให้กักตัวที่ภูมิลำเนา 14 วันตามระยะเวลา โดยให้ อสม. ร่วมกับพนักงานควบคุมโรค เข้าไปในพื้นที่

เมื่อถามถึงกรณีผู้ป่วยชาวสิงคโปร์ มีการติดตามผู้ติดเชื้อเพิ่มหรือไม่ นพ.โสภณ กล่าวว่า จากการติดตามยังไม่มีผู้ป่วยเพิ่ม ผลตรวจเป็นลบ

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ชี้แจงว่า ระยะ 3 หมายถึงหาแหล่งที่มาความสัมพันธ์การแพร่เชื้อไม่ได้ ตอนนี้ไทยขยายระยะเวลาเฟส 2 ให้ยาวที่สุดเพื่อเตรียมเครื่องมือ ให้ประชาชนปรับตัว ดังนั้นทุกคนต้องให้ความร่วมมือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย

เมื่อถามว่า ทำไมระยะนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีปัจจัยอะไรเข้ามากระตุ้นหรือเปล่า นพ.สุวรรณชัย ชี้แจงว่า ช่วงแรกเชื้อมาจากจีนเป็นสำคัญค้นหาคัดกรองได้ ส่วนนี้สัมพันธ์กับที่จีนปิด ขณะที่ต่างประเทศมีการระบาดปัจจัยที่สำคัญคือคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวและเดินทางกลับมา มีตัวการสัมผัสที่ชัดเจน พบการแพร่ระบาดในวงจำกัดมีวิธีติดต่อที่ชัดเจนตามได้

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า