Advertisement

SHARE

สถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ไทยไม่พบการติดเชื้อในประเทศติดต่อกัน 46 วันแล้ว ขณะที่วันนี้มีผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านได้อีก 2 คน เหลือรักษาในโรงพยาบาลเพียง 57 ราย 

วันที่ 10 ก.ค. 2563 ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 วันนี้ไม่มีผู้ป่วยใหม่ และไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม ส่งผลยอดสะสม 3,202 ราย, หายป่วยแล้ว 3,087 ราย กำลังรักษาอยู่ รพ. 57 ราย และเสียชีวิต คงเดิม 58 ราย

สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกยอดผู้ติดเชื้อรวม 12,387,826 ราย, อาการรุนแรง 58,454 ราย, รักษาหายแล้ว 7,187,447 ราย และเสียชีวิต 557,405 ราย

อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด
1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 3,219,999 ราย
2. บราซิล จำนวน 1,759,103 ราย
3. อินเดีย จำนวน 794,842 ราย
4. รัสเซีย จำนวน 707,301 ราย
5. เปรู จำนวน 316,448 ราย
และประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 99 จำนวน 3,202 ราย

กระทรวงสาธารณสุขเผยผลสำรวจกลุ่มตัวอย่างกว่า 4 แสนคนทั่วประเทศ พบว่าคนไทยกว่าร้อยละ 50 มั่นใจรัฐบาลว่าสามารถรับมือได้หากเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในระลอก

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ องค์การอนามัยโลกสำนักงานภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสำนักงานสถิติแห่งชาติ โดยมีสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) เป็นเลขานุการทีมวิชาการจัดทำแบบสำรวจเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด 19 ในระหว่างมาตรการผ่อนปรน เพื่อประเมินว่าคนไทยการ์ดตกหรือไม่ และนำข้อมูลไปใช้ในการเฝ้าระวังและปรับมาตรการผ่อนปรนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยทำการเก็บข้อมูลผ่าน 3 ช่องทาง คือ ออนไลน์แพลตฟอร์ม โทรศัพท์สำรวจ และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้ประสานความร่วมมือจากอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 77 จังหวัด กระตุ้นให้ประชาชนในชุมชนร่วมตอบแบบสอบถามผ่านระบบออนไลน์ ใน 7 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม – 2 กรกฎาคม 2563 รวมทั้งสิ้น 407,008 ตัวอย่าง พบว่า คนไทยยังมีความกังวลว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ระลอก 2 ในประเทศ มากที่สุดจากกลุ่มผับ บาร์ คาราโอเกะ รองลงมาตลาดสด ศูนย์เด็กเล็ก และโรงเรียนตามลำดับ รวมถึงยังกังวลมาก หากประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10 รายต่อวัน อย่างไรก็ตามยังมั่นใจในมาตรการของรัฐบาลว่าจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ โดย มั่นใจมากร้อยละ 14.8 มั่นใจร้อยละ 40.5 ไม่มั่นใจนักร้อยละ 28.6 ไม่มั่นใจเลยร้อยละ 10.2 ไม่ทราบ/ไม่แสดงความคิดเห็นร้อยละ 5.9

นพ.ธเรศ กล่าวต่อว่า ผลการสำรวจพฤติกรรมการป้องกันตนเองภาพรวมมีแนวโน้มลดลง จากร้อยละ 85.3 ในสัปดาห์ที่ 1 ลดลงเป็นร้อยละ 80.7 ในสัปดาห์ที่ 7 แบ่งเป็นพฤติกรรม 5 ด้าน ได้แก่ การใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าตลอดเวลา ร้อยละ 87.9, การกินอาหารร้อนช้อนตนเอง ร้อยละ 86.2, การล้างมือบ่อยๆ ร้อยละ 84.9 การระวังตัวไม่อยู่ใกล้ผู้อื่นในระยะ 2 เมตร ร้อยละ 73.4 และการระวังไม่เอามือจับหน้า จมูก ปาก ร้อยละ 72.4 นอกจากนี้ยังพบว่าประชาชนมีแนวโน้มเกิดการรวมกลุ่ม และไปต่างจังหวัดมากขึ้น ส่วนสาเหตุการไม่ลงทะเบียนเข้าออกผ่านแพลตฟอร์มไทยชนะ เนื่องจากลืม ไม่มั่นใจความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว และทางร้านไม่มีคิวอาร์โค้ดหรือสมุดลงชื่อไว้ให้ นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 88 สนับสนุนการรับคนไทยกลับจากต่างประเทศ และร้อยละ 80 คิดว่ามาตรการ Travel Bubble จะสามารถกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศได้ แต่ร้อยละ 70 ไม่สนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยกับประเทศที่ยังมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำการสำรวจพฤติกรรมการป้องกันตนเองของประชาชนไทยอย่างต่อเนื่องทุก 2 สัปดาห์ อีก 6 ครั้ง ระหว่างวันที่ 16 กรกฎาคม – 24 กันยายน 2563 เพื่อนำผลการศึกษามาใช้ในการเฝ้าระวังและปรับมาตรการผ่อนปรนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...