Advertisement

SHARE

ประชาธิปัตย์แถลง จำเป็นต้องเลือกจับมือพลังประชารัฐ เพราะเป็นเพียงพรรคขนาดกลางไม่สามารถทำได้อย่างที่คิดทุกเรื่อง หวังเงื่อนไขแก้รัฐธรรมนูญ ผลักดันนโยบายที่หาเสียงจะเป็นประโยชน์กับประเทศ ส่วนการร่วมกับอีกขั้วต้องมองในความเป็นจริงว่าเสียงไม่พอตั้งนายกรัฐมนตรีได้  

วันที่ 4 มิ.ย. เวลา 20.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคแถลงภายหลังที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.ของพรรคมีมติด้วยการลงคะแนนลับให้ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐด้วยคะแนน 61 -16  เสียง งดออกเสียง 2 และบัตรเสีย 1 ว่า ได้ตอบรับคำเชิญร่วมรัฐบาลและพร้อมลงมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามมติของพรรคแกนนำ เช่นเดียวกับที่พลังประชารัฐเคยสนับสนุนนายชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร

นายจุรินทร์ ตอบคำถามถึงการตัดสินใจครั้งนี้ว่า การเข้าร่วมรัฐบาลจะทำให้มีโอกาสแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำประเทศให้พ้นจากประชาธิปไตยวิปริตที่ผิดแผกไปจากที่ควรจะเป็น

ภาพวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประธานสภา

เมื่อถามว่า การลงมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ จะรวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคที่เคยหาเสียงไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า เป็นมติของพรรคที่ ส.ส.ของพรรคในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลต้องลงมติไปตามพรรคแกนนำ ตนเชื่อว่าสมาชิกทุกคนจะปฏิบัติตามมติพรรค

เมื่อถามว่าต่อไปคำพูดของหัวหน้าพรรคในการหาเสียงจะไม่มีความหมายหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ยังมีความหมายอยู่ การพิจารณาวันนี้ได้คำนึงถึงสิ่งที่อดีตหัวหน้าพรรคไปประกาศต่อสาธารณะไว้เช่นเดียวกัน เพียงแต่วันนี้เราไม่อยู่ในฐานะพรรคลำดับ 1 หรือ 2 ในสภาที่ประสงค์อะไรจะได้อย่างที่เราคิดทุกประการ

ภาพวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประธานสภา

“เราอยู่ในฐานะพรรคขนาดกลางเพราะฉะนั้นจะทำอะไร ไม่สามารถทำได้อย่างที่คิดทุกอย่าง และอย่างน้อยที่สุดพรรคก็คำนึงถึงการเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยยิ่งขึ้น ประสงค์ให้เห็นการจัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นโดยเร็ว เท่ากับเป็นการปิดสวิตช์ คสช.ด้วย รวมถึงการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญนั่นคือที่เราต้องการเห็นประเทศเดินหน้าต่อไปโดยเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น”

นายจุรินทร์ ตอบคำถามเรื่องพรรคหักหลังคนที่ลงคะแนนให้หรือไม่ว่า เป็นจุดที่ยากอีกครั้งหนึ่งสำหรับการตัดสินใจของพรรค ไม่ว่าจะตัดสินใจไปทางใดก็จะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางบวกและทางลบได้เสมอ เราเข้าใจและเรียนว่าพรรคคำนึงถึงประชาชนทุกคน และให้ความสำคัญกับสมาชิกพรรคและผู้ให้การสนับสนุนทุกเสียง รวมทั้งเสียงที่สูญเสียไปในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา โดยหวังจะพิสูจน์ตัวเองเพื่อให้ได้รับเสียงสนับสนุนกลับมา

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังตอบคำถามอีกตอนหนึ่งถึงการไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับขั้วพรรคเพื่อไทยที่มี 246 เสียงว่า ต่อให้ประชาธิปัตย์ไปร่วมก็ได้เพียง 299 เสียงไม่พอที่จะตั้งนายกรัฐมนตรีที่ต้องใช้ 376 เสียงได้ การจะไปร่วมซีกนี้โอกาสที่จะไปทำให้นโยบายเกิดขึ้นจริงก็ไม่อยู่ในวิสัยของความเป็นจริงที่เกิดขึ้นได้ เพราะเสียงไม่พอ

 

ทั้งนี้ในคำแถลงการเข้าร่วมรัฐบาลพลังประชารัฐ อย่างเป็นทางการของพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าเพราะเงื่อนไขที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอ ได้รับการตอบรับทั้ง 3 ข้อ คือ

  1. นโยบายแก้จน สร้างคน สร้างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นโยบายการประกันรายได้เกษตรกร ได้รับการยอมรับที่จะบรรจุไว้เป็นนโยบายของรัฐบาล
  2. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อพาประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น ได้รับการตอบรับ
  3. เงื่อนไขในเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ก็ได้รับการตอบรับเช่นเดียวกัน

โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้แจ้งให้ทราบว่า หากผิดไปจากเงื่อนไขดังกล่าว พรรคสามารถสงวนสิทธิ์ในการที่จะทบทวนในอนาคตได้ ในเรื่องของการเข้าร่วมรัฐบาล

 

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...