Advertisement

SHARE

ความคืบหน้า กรณีเมื่อวันที่ 2 พ.ย. หญิงสาวและเยาวชน 2 คนถูกกลุ่มบุคคลที่อ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ต่างประเทศมาล่อซื้อกระทง โดยสั่งกระทงรูปการ์ตูนกาฟิวส์จำนวน 15 ใบ ริลัคคุมะ 15 ใบ แล้วแจ้งตำรวจจับดำเนินคดี โดยผู้ล่อซื้อเรียกร้องเงิน 50,000 บาท แต่ทั้งคู่ไม่มีเงิน ต่อมาพยายามเจรจาขอ 30,000 บาท แต่ผู้เสียหายก็ไม่มี จนหญิงสาว อายุ 24 ปี และ 16 ปี ต้องติดคุก 1 คืนจนกระทั่งเช้าจึงได้มีการประกันตัวออกมาสู้คดี ซึ่งผู้ที่มาล่อซื้อเป็นคนเดียวกับกรณีที่ จ.นครราชสีมา

วันที่ 5 พ.ย. ผู้ปกครองได้พาเยาวชนวัย 16 ปี ไปที่สถานพินิจร้อยเอ็ด เพื่อรายงานข้อเท็จจริงของการถูกจับกุมและหารือเรื่องการช่วยเหลือ

ส่วน น.ส.มลิสา ภายะโส อายุ 24 ปี กล่าวว่า ตนเพียงทำกระทงขายเล็กๆ น้อยๆ พอเป็นค่าใช้จ่ายเนื่องจากเรียนจบมา 3 ปีแล้วยังไม่มีงานทำและกำลังจะไปเรียนต่อในโรงเรียนผู้ช่วยพยาบาล ตนทำกระทงขายเพียงคนเดียวแล้วโพสต์ขายในโซเชียลมีเดียปรากฏว่า มีผู้หญิงโทรมาสั่งซื้อกระทงรูปกาฟิวส์แล้วนัดให้ไปส่ง ในเขตอำเภอธวัชบุรี ที่หน้าโรงพยาบาลธวัชดินแดง ซึ่งตนชวนน้องอายุ 16 ปีที่เป็นญาติไปเป็นเพื่อน

ปรากฎว่า 2 สามีภรรยาที่สั่งกระทง พาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธวัชบุรี มาด้วย และแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมกับอ้างว่าเป็นผู้ได้รับมอบหมายดูแลด้านลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ ตนกับน้องที่ตนชวนไป ถูกควบคุมตัวไปยัง สถานีตำรวจภูธรธวัชบุรี เบื้องต้น ผู้กล่าวหา ได้เรียกร้องเงินปิดคดี 50,000 บาท แต่ตนไม่มีและวิงวอนว่า ตนเองเพียงแค่หาเงินเป็นรายได้เล็กๆ น้อยๆ เพื่อส่งตนเองเรียนเท่านั้น โดยไม่ทราบว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์แต่อย่างใด แต่ผู้จับกุมยังยืนยัน โดยมอบเอกสารให้กับพนักงานสอบสวน ยืนยันว่าเป็นคนผู้ดูแลผลประโยชน์ด้านลิขสิทธิ์ ซึ่งเมื่อไม่จ่ายเงินก็จะให้ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี แล้วผู้กล่าวหาได้รีบเดินทางกลับไป

หลังจากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีแล้ว ไม่นานก็มีการโทรศัพท์ติดต่อกลับที่พนักงานสอบสวนขอเคลียร์ ระบุว่ายินดีจะยุติเรื่องให้โดยขอเงินค่าเสียหายเป็นเงิน 30,000 บาท และจะถอนแจ้งความให้ แต่ตนเองไม่มีเงินจึงจำยอมให้มีการจับกุมดำเนินคดี และต้องถูกจับกุมคุมขัง 1 คืน เนื่องจากไม่มีเงินประกันตัวได้ทัน จนหาเงินมาได้และได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เช้าวันถัดมา

ด้านนางมยุรี สาวิสิทธิ์ อายุ 40 ปี น้าของ น.ส.มลิสา กล่าวว่า หลานถูกจับและโทรมาหาตนเวลา 18:00 น ตนก็พยายามที่จะช่วยเจรจา ขอความเห็นใจว่าเด็กไม่ได้ตั้งใจ และทำขายเล็กๆ น้อยๆ เพื่อหารายได้และหาเงินใช้ส่งตัวเองเรียน แต่ปรากฏว่า ผู้ที่ตั้งตนว่ามีลิขสิทธิ์ไม่ยินยอม จนต้องถูกจับกุมและหาเงินประกันไม่ทัน ซึ่งพนักงานสอบสวนก็พยายามบอกว่าน่าจะยอมความกัน สุดท้ายทั้งคู่ถูกขังคุก 1 คืนเนื่องจากหาเงินไม่ทัน แล้วตอนเช้าจึงได้มาหาเงินประกันออกมา เพื่อสู้คดี อยากจะขอความเป็นธรรมและขอความเห็นใจเนื่องจากเด็กที่ทำไม่มีเจตนา แล้วเด็กอายุ 16 ปีก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง น่าจะมีการยกเว้นละเว้นโทษให้ ผ่อนหนักให้เป็นเบา เพราะเด็กไม่ทราบว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

พ.ต.อ.ไกร สอนสี ผกก.สภ.ธวัชบุรี กล่าวว่า หลังจากเป็นข่าวตนเองก็ได้เรียกข้อมูลจากพนักงานสอบสวนมาตรวจสอบ พบว่า มีการแจ้งความร้องทุกข์จากผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์มาขอความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนให้ร่วมทำการจับกุมผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ทำกระทง ผิดกฎหมาย ซึ่งก็ไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นเด็กและเยาวชน พร้อมกับทีให้มีการจับกุม จึงควบคุมตัวมา ซึ่งพนักงานสอบสวนพยายามจะไกล่เกลี่ยให้ แต่ตกลงกันไม่ได้และเจ้าทุกข์ยืนยันที่จะเป็นคดี จึงต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ส่วนกรณีที่มีการขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 1 คืนนั้น สืบเนื่องจาก ผู้ต้องหาที่เป็นผู้ใหญ่ สามารถประกันตัวได้เนื่องจากบรรลุนิติภาวะแล้ว พนักงานสอบสวนอนุญาตให้ประกันตัวในวงเงิน 20,000 บาทแต่หลังจากการประกันตัวแล้วปรากฏว่าเด็กหญิงอายุ 16 ปี ไม่อยู่ในหน้าที่พนักงานสอบสวนจะให้มีการประกันตัวได้ต้องนำเข้าสู่กระบวนการทางยุติธรรมหรือศาล อนุญาต จึงจำเป็นต้องกักขังเด็กอายุ 16 ปีไว้ 1 คืน แต่ผู้ต้องหารายที่ได้ประกันตัวแล้วขออยู่เป็นเพื่อนตอนเช้าจึงได้ เข้าสู่กระบวนการทางศาล ได้อนุญาตให้ประกันตัวไปในวงเงิน 5,000 บาท

ทั้งนี้มีการนัดเจรจากันอีกครั้งในวันที่ 17 พ.ย. หากมีการยอมความก็ถือว่าเรื่องยุติซึ่งอยู่ที่เจ้าทุกข์และผู้ต้องหาจะตกลงกัน ยืนยันว่าตำรวจไม่เกี่ยวข้อง และไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง หรือได้รับผลประโยชน์แต่อย่างใด ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...