{{-- --}}
Advertisement

SHARE

แฟ้มภาพ สถานที่เกิดเหตุ

จากกรณี วันที่ 10 มี.ค. น.ส.ศรีสุภางค์ สุวรรณศิลป์ อายุ 48 ปี พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกนายอั๋น ฟักศิริ อายุ 33 ปี อดีตพนักงานเวรเปลของโรงพยาบาล ใช้อาวุธมีดคัตเตอร์ปาดคอและบีบคอจนเสียชีวิต โดยทิ้งศพไว้ในรถยนต์จอดทิ้งเอาไว้กลางซอยหอพักแห่งหนึ่ง ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลภาชี พร้อมเอาทรัพย์ของผู้ตายไปจำนวนหลายรายการ จนเป็นคดีสะเทือนขวัญ

วันที่ 6 ก.ย. ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้นัดฟังคำพิพากษาของคดีนี้ โดยมีนายชัยชนะ อายุ 75 ปี พ่อ, นางธนวรรณอายุ 73 ปี แม่ และ น.ส.สกุลรัตน์ สุวรรณศิลป์ น้องสาว รวมทั้งนายพัฒนา อ่วมเทพ สามี ของ น.ส.ศรีสุภางค์ เดินทางมาฟังคำตัดสิน

โดยครอบครัวได้นำภาพถ่ายของผู้เสียชีวิตเข้ามาร่วมฟังคำพิพากษาด้วย

ขณะที่ครอบครัวของนายอั๋น ผู้ต้องหาเดินทางมาฟังคำพิพากษาเช่นกัน

แฟ้มภาพ ผู้ต้องหาวันถูกควบคุมตัว

ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 36 ปี 4 เดือน และมีคำสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทางแพ่ง แก่โจทก์ร่วมซึ่งเป็นบิดามารดา เป็นเงินทั้งสิ้น 2,900,000.บาท พร้อมกับดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 นับตั้งแต่ วันที่ 10 มี.ค.2562

แฟ้มภาพ กล้แงวงจรปิด ที่เกิดเหตุ

ภายหลังฟังคำตัดสิน น.ส.สกุลรัตน์ น้องสาวผู้ตาย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ทางครอบครัวเคารพในคำตัดสินของศาล แต่เห็นว่าโทษของจำเลยยังน้อยไปกับสิ่งที่กระทำไป ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี พี่สาวของตนเองทำงานเป็นพยาบาลดูแลคนป่วย ดูแลพ่อแม่ เป็นคนดีของของสังคม ถ้าพี่สาวยังมีชีวิตอยู่จะสามารถช่วยเหลือดูแลคนเจ็บคนป่วยได้อีกมาก ถือว่าเป็นบุคลากรที่สำคัญ ทางครอบครัวจะปรึกษากับทางทนายความเพื่อยื่นอุทธรณ์ขอเพิ่มโทษกับจำเลย

“อยากบอกกับพี่สาวว่า ศาลได้ลงโทษจำเลยที่ทำร้ายพี่สาวแล้ว พ่อแม่จะสู้ต่อไปเพื่อให้คนที่ทำร้ายได้รับโทษสูงสุดรับกรรมที่กระทำลงไป” น.ส.สกุลรัตน์ กล่าวทั้งน้ำตา

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...