Advertisement

SHARE

หากต้องนึกถึงชาติที่สามารถรับมือกับโรคโควิด-19 ได้อย่างทันท่วงที ไต้หวันคือหนึ่งในนั้น โดยได้รับการยกย่องให้อยู่ในฐานะต้นแบบของความเตรียมพร้อมและประสิทธิภาพในการรับมือโรคระบาด โดยสามารถจำกัดยอดผู้ติดเชื้อสะสมที่ 395 ราย เสียชีวิตเพียง 6 ราย (ยอดในวันที่ 15 เม.ย.) ทั้งยังมีรายงานผู้ติดเชื้อเป็น 0 ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. เป็นต้นมา ทั้งๆ ที่ไต้หวันมีชาวจีนเดินทางมากกว่า 10 ล้านคนต่อปี และมีประชากรในประเทศมากกว่า 23 ล้านคน

 

รัฐบาลไต้หวันภายใต้การนำของประธานาธิบดี ไช่ อิง-เหวิน จึงได้รับการยกย่องจากการใช้มาตรการระงับการเดินทางจากกลุ่มประเทศเสี่ยงอย่างทันท่วงที มีการตรวจหาเชื้อและกักตัวผู้มีความเสี่ยงอย่างเข้มงวด รวมทั้งออกมาตรการห้ามส่งออกหน้ากาก และมีบทลงโทษสำหรับผู้กักตุนสินค้า

 

เนื่องในความสำเร็จครั้งนี้ ประธานาธิบดี ไช่ อิง-เหวิน จึงได้รับเชิญให้เขียนบทความที่เกี่ยวข้องกับการรับมือการระบาดครั้งนี้ลงในนิตยสารไทม์ ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยมีใจความว่า

 

“ไต้หวันคือเกาะแห่งการฟื้นตัว ความทุกข์ยากที่ต้องเผชิญมาหลายศตวรรษ ได้ผลักดันให้สังคมของเราสามารถรับมือ ดัดแปลง และเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เราได้พบหนทางต่างๆ ในการก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากร่วมกันในฐานะชาติ เช่นเดียวกับการระบาดของโควิด-19 ที่แม้จะเป็นไวรัสที่มีอันตราย และการที่ใต้หวันตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งกำเนิดของเชื้อ เราสามารถป้องกันการระบาดได้ จนกระทั่งถึงวันที่ 14 เม.ย. เรามีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันไม่ถึง 400 คน

 

ความสำเร็จนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากความร่วมมือของหลายฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ รัฐบาล ภาคเอกชน และสังคมโดยรวม ที่ร่วมกันเสริมสร้างเกราะกำบังให้แก่ชาติ บทเรียนที่เจ็บปวดจากการระบาดของโรคซาร์ส เมื่อปี 2003 ที่ทำให้ไต้หวันมีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน ทำให้รัฐบาลและประชาชนมีความตื่นตัวตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อเดือนธันวาคม เมื่อมีสิ่งบ่งชี้ถึงโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจชนิดใหม่ที่เริ่มปรากฏในจีน เราได้เริ่มทำการตรวจสอบผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น เดือนมกราคม เราได้ก่อตั้งศูนย์บัญชาการกลางเพื่อดำเนินมาตรการป้องกัน ประกาศข้อกำหนดด้านการเดินทาง และดำเนินมาตรการการกักตัวสำหรับผู้เดินทางที่มีความเสี่ยง

 

หลังจากพบผู้ติดเชื้อรายแรกในไต้หวันเมื่อวันที่ 21 ม.ค. เราได้ดำเนินการสอบสวนอย่างเข้มงวดในการสืบประวัติการเดินทางและประวัติการติดต่อของผู้ป่วยทุกคน ให้ความช่วยเหลือในการแยกตัวและควบคุมการระบาดก่อนที่การระบาดครั้งใหญ่จะเกิดขึ้น นอกเหนือจากความพยายามที่ปราศจากความเหน็ดเหนื่อยของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่นำโดย นายเฉิน สือจง รัฐมนตรีสาธารณสุขไต้หวันแล้ว ประชาชนก็ทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างดี ธุรกิจเอกชน ร้านค้า และที่พักอาศัยต่างๆ ได้ดำเนินมาตรการตรวจวัดอุณหภูมิ และการกำจัดเชื้อโรคในสถานที่สาธารณะ ที่ช่วงแบ่งเบาภาระของรัฐบาล

 

ส่วนมาตรการลดความตื่นตระหนกที่นำไปสู่การกักตุนสินค้า ในระยะแรก รัฐบาลได้ตรวจสอบการเพิ่มขึ้นที่ผิดปกติในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ และเข้าดูแลการผลิตและการจัดจำหน่ายหน้ากากอนามัย ด้วยความร่วมมือจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ กระทรวงกิจการเศรษฐกิจได้ประสานงานเพื่อขอเพิ่มไลน์การผลิตหน้ากากอนามัย และเพิ่มกำลังการผลิต และด้วยการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ร้านขายยา และร้านสะดวกซื้อ เราได้พัฒนาระบบสำหรับการแจกจ่ายหน้ากาก ทำให้มีหน้ากากเพียงพอและราคาถูกซื้อหาได้ ทั้งสำหรับโรงพยาบาลและประชาชน ความมือระหว่างรัฐบาลและภาคเอกชน ที่เราเรียกว่า “ทีมไต้หวัน” ยังทำให้เราสามารถบริจาคหน้ากากอนามัยไปยังประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักได้

 

ไต้หวันมีระบบสาธารณสุขที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ความสามารถในการวิจัยที่แข็งแกร่ง และข้อมูลที่โปร่งใส ซึ่งพร้อมจะแบ่งปันให้อย่างกระตือรือร้นร่วมกับประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ในต่างประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น ไต้หวันยังสามารถควบคุมการระบาดของไวรัสภายในเขตแดนของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในระดับโลก โควิด-19 ถือเป็นภัยพิบัติด้านมนุษยธรรมที่ต้องการความร่วมมือร่วมใจของทุกประเทศ แม้ไต้หวันจะถูกกีดกันไม่ให้เป็นสมาชิกขององค์การอนามัยโลกและองค์การสหประชาชาติอย่างอยุติธรรม เรายังคงเต็มใจและใช้จุดแข็งของเราในด้านการผลิต การแพทย์ และเทคโนโลยีเพื่อทำงานร่วมกับทั่วโลก

 

วิกฤตระดับโลกได้ทดสอบผืนผ้าแห่งประชาคมสากล ดึงขึงเราออกจากกันและข่มขู่ว่าจะฉีกเราให้ขาด ตอนนี้ ทุกๆ การเชื่อมโยงของเครือข่ายทั่วโลกนี้จะต้องมีความหมายยิ่งขึ้นกว่าเดิม เราจะต้องละทิ้งความแตกต่างและทำงานร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ของมนุษยชาติ การต่อสู้กับโควิด-19 จะจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกันของผู้คนทั่วโลก

 

ความยากลำบากไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับไต้หวัน และความสามารถในการฟื้นตัวของเราเกิดมาจากความตั้งใจของเราที่จะร่วมกันเพื่อฟันฝ่าอุปสรรคที่ยากที่สุด นอกเหนือจากสิ่งอื่นใด นี่คือสิ่งที่ดิฉันหวังว่าไต้หวันจะสามารถแบ่งปันกับโลกได้ นั่นคือ “ความสามารถของมนุษย์ในการเอาชนะความท้าทายร่วมกันนั้นไร้ขีดจำกัด และไต้หวันช่วยได้”

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...