Advertisement

SHARE

WorkVenture เว็บไซต์ค้นหางานที่ทันสมัยที่สุด ที่มีผู้หางานคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศเข้าใช้บริการแล้วมากกว่า 5,000,000 คน เปิดเผยผลสํารวจ 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่สนใจร่วมงานด้วยมากที่สุดในปี 2020

WorkVenture ได้จัดทําผลสํารวจเพื่อเฟ้นหาสุดยอดองค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทํางานด้วยมากที่สุดต่อเนื่องเป็นประจําทุกปี โดยผลสํารวจนี้ ทางทีม WorkVenture ได้รวบรวมข้อมูลจากทั้งกลุ่มนักศึกษาและหนุ่มสาววัยทํางาน ช่วงอายุระหว่าง 21-35 ปี จํานวน 10,000 คน ผ่านการทําผลสํารวจแบบออนไลน์พบว่าปัจจัยหลักในการเลือกงานของคนรุ่นใหม่นั้นมีความแตกต่างจากปีก่อน ๆ ออกไปเล็กน้อย ที่ผ่านมาเงินเดือน สวัสดิการ สถานที่ตั้งและไลฟ์สไตล์ในที่ทํางาน (เช่น ความยืดหยุ่นของเวลาการทํางาน สมดุลชีวิตการทํางาน) ถือว่าเป็น 4 ปัจจัยอันดับแรกในการเลือกบริษัทเพื่อทํางาน แต่ในปีนี้มีอีกปัจจัยสําคัญที่เกิดขึ้นมา “ความสามารถด้านเทคโนโลยีของบริษัท”

นั่นเป็นเพราะว่าในปี 2020 นี้นับได้ว่าเป็นปีที่มีความท้าทายต่อองค์กรต่าง ๆ เป็นอย่างมาก ด้วยปัจจัยของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทําให้หลายองค์กรต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทํางานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เราได้เจอกับการทํางานจากที่บ้าน (Work From Home) การประชุมทางไกล การอบรมแบบออนไลน์ ความช่วยเหลือต่าง ๆ จากบริษัทเพื่อให้พนักงานสามารถทํางานที่บ้านได้อย่างราบรื่น คนรุ่นใหม่จึงหันมาสนใจเรื่องของนโยบายต่าง ๆ ขององค์กรที่แสดงถึงความใส่ใจในความปลอดภัยของพนักงาน

ดังนั้น บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดในปี 2020 จึงมีแนวโน้มไปทางบริษัทที่เกี่ยวกับธุรกิจเทคโนโลยีและบริษัทสตาร์ทอัพ แต่บริษัทใหญ่ ๆ ที่มีความมั่นคงก็ทำผลงานในด้านการดูแลพนักงานไว้ได้ดีและยังครองตําแหน่งไว้ได้เช่นเดียวกัน

และสำหรับปีนี้ Top 50 บริษัท ที่สามารถคว้าใจเหล่าคนทำงานรุ่นใหม่ มีดังนี้

อันดับ 1 | Google : กูเกิล ประเทศไทย

เปิดตัวด้วยพี่ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีอย่าง Google ประเทศไทย ที่นอกจากจะมีออฟฟิศที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยเสน่ห์แห่งความเป็นไทยแล้ว แต่ยังคงความชิวๆ สบายๆ  มีพื้นที่ให้พนักงานได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทํางานเป็นอย่างเต็มที่ พนักงานก็เลยแฮปปี้ ไม่แปลกใจที่ทำไมอันดับของ Google พุ่งขึ้นจากเดิม จนมาอยู่Top สุดของชาร์ต และด้วยความที่เป็นบริษัทชั้นนําด้านเทคโนโลยี จึงมีคนอยากร่วมงานด้วยมากมาย ไม่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ Google ยังติดอยู่ในรายชื่อของบริษัทที่น่าร่วมงานด้วยมากที่สุดในหลายประเทศอีกด้วย

อันดับ 2 | LINE : ไลน์

อีกหนึ่งบริษัทที่ลืมพูดถึงไม่ได้ เพราะปัจจุบันใครๆก็ใช้ ไลน์ แอปพลิเคชันสื่อสารที่คนไทยนิยมมากที่สุด และมีผู้ใช้งานกว่า 40 ล้านคน ด้วยฟีเจอร์ที่เป็นที่รู้จัก เช่น LINE TODAY, LINE GAME, LINE TV และ LINE MAN รวมถึงสวัสดิการและกิจกรรมน่าสนใจมากมาย อย่าง LINE Connect Day ที่ให้พนักงานมาปาร์ตี้ สังสรรค์ กระชับความสัมพันธ์กันทุกเดือน จึงทำให้หนุ่มๆสาวๆคนทำงานรุ่นใหม่โหวตให้ไลน์เป็นบริษัทด้านไอทีอีกหนึ่งบริษัทที่อยากร่วมงานด้วยมากเป็นอันดับ 2 โดยไต่อันดับเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 18 ลำดับ และขอบอกว่าถ้าใครได้ทำงานที่นี่ จะได้เจอ Brown และ Cony ที่ออฟฟิศทุกวันด้วยนะ

อันดับ 3 | Apple : แอปเปิล

บริษัทยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆของโลก อย่าง Apple ผู้นําที่คอยสร้างสรรค์นวัตกรรมรูปแบบใหม่ ๆ ให้กับวงการอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรารู้จักกันดีในนามผู้ผลิต iPhone นั่นเอง โดยปีนี้ Apple ก้าวกระโดดขึ้นเพิ่มจากเดิมถึง 18 อันดับ เพราะที่นี่นอกจากจะให้ความสำคัญกับหน้าที่ที่ต้องทําและเงินเดือนแล้ว เรื่องของ“สวัสดิการ” เขาก็ใส่ใจพนักงานเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น อาหารและเครื่องดื่มฟรี มีรถรับส่ง  และยังช่วยเหลือเรื่องการเดินทางในช่วงวันหยุดพักร้อนอีกด้วย ดูแลพนักงานดีขนาดนี้ ใครๆก็อยากร่วมงานด้วย จริงไหมล่ะ?

อันดับ 4 | PTT : ปตท.

บริษัทพลังงานไทยที่ดําเนินธุรกิจด้านปิโตเลียมและพลังงานครบวงจรที่เป็นที่รู้จักและเชื่อถือของคนไทยเป็นอย่างดี จึงไม่แปลกที่ ปตท. จะเป็นบริษัทในดวงใจของคนรุ่นใหม่ที่ใฝ่ฝันอยากจะทํางานในองค์กรใหญ่ เรียกว่าเป็นองค์กรที่ได้รับความนิยมจากคนทุกเจเนอเรชันเลยทีเดียว นอกจากนี้ ปตท. ยังมีความหลากหลายทางทรัพยากรบุคคลที่ทํางานอยู่ทุกภาคส่วนของประเทศ และมีเวทีให้แสดงความคิดเห็นเพื่อมุมมองและสร้างนวัตกรรมใหม่ มีสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ในทุกช่วงอายุของการเป็นพนักงานมากมาย ไม่เพียงแต่เพื่อตนเอง แต่เพื่อครอบครัวของพนักงานด้วย

อันดับ 5 | Agoda : อโกด้า

วินาทีนี้ใครๆก็พูดถึง อโกด้า แพลตฟอร์มด้านการให้บริการเว็บไซต์จองห้องพักในโรงแรมยอดนิยมที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก และปัจจุบันมีโรงแรมในเครือข่ายมากกว่า 100,000 แห่ง โดยหลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มดีขึ้น การท่องเที่ยวก็เริ่มกลับมาครึกครื้น ทำให้อโกด้ายังคงเป็นบริษัททางด้านเทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงตลอดจากเหล่าคนทำงานที่ชื่นชอบวัฒนธรรมองค์กรแบบอินเตอร์ แถมสวัสดิการดีๆไม่เหมือนที่อื่น เช่น ค่าทํางานในวันลาหยุด ให้พนักงานเป็นสมาชิกฟิตเนส และยังมีส่วนลดสําหรับการจองห้องพักในโรงแรมให้ด้วยนะ

อันดับ 6 | Shopee : ช้อปปี้

ทุกวันนี้เชื่อว่าทุกคนต้องรู้จักแอปพลิเคชันซื้อขายของอย่าง Shopee แน่นอน เพราะเป็นตลาดซื้อขายบนโซเชียลสัญชาติสิงคโปร์ที่มีเติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ โดยสิ่งที่ทําให้ Shopee เติบโตเร็วก็เพราะมีจุดเด่นตรงที่ให้ความสําคัญกับพนักงานเป็นอย่างมาก เช่น การทําออฟฟฟิศให้ดูผ่อนคลายทั้งโซฟา ที่นั่งพัก การตกแต่งออฟฟิศมุมต่าง ๆ มีต้นไม้ในออฟฟิศเพื่อความสบายตา มีกิจกรรมมากมาย เช่น กิจกรรมพัฒนาบุคลิกภาพ กิจกรรมสอนแต่งหน้า จัดเตรียมอาหารเย็นไว้ให้พนักงาน และยังเสนอความเป็นผู้นําด้านเทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซด้วยการให้พนักงานได้ใช้ดีไวซ์และแก็ดเจ็ตสุดไฮเทคภายในออฟฟิศอีกด้วย

อันดับ 7 | Thai Beverage : ไทยเบฟเวอเรจ

ไทยเบฟ ผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มระดับอาเซียนและระดับโลก การันตีด้วยรางวัล DJSI อันดับ 1 สามปีซ้อน และได้รับการยอมรับจากผลสำรวจบริษัทชั้นนำของคนรุ่นใหม่ที่มีคะแนนความผูกพันวัฒนธรรมองค์กรในระดับเอเชีย ไทยเบฟ สร้าง “โอกาส ไร้ขีดจำกัด” (Limitless Opportunities) ให้แก่พนักงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องผ่านการแบ่งปันมุมมองจากผู้มากประสบการณ์ในสายอาชีพต่างๆ ในระดับภูมิภาคอาเซียน (Career Journey in ASEAN) เปิดโอกาสให้น้องๆ นักศึกษาได้ฝึกงานจริง (ASEAN and Chang Junior Internship) และส่งเสริมพนักงานให้ร่วมกันสร้างสรรค์แบ่งปันคุณค่าสู่สังคมอย่างยั่งยืน

ไทยเบฟ ดูแลเอาใจใส่พนักงานทุกคนอย่างดีเยี่ยมในช่วงการระบาดของโควิด-19 มีศูนย์บริการพนักงานช่วงโควิด (Covid-19 Relief Center) มีการบริการตรวจเชิงรุก การทำประกันคุ้มครอง การมอบหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์ให้แก่พนักงานและครอบครัว การพัฒนาแอปพลิเคชั่นติดตามความปลอดภัยของพนักงานจากพื้นที่สุ่มเสี่ยง รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการทำงานให้สอดคล้องกับวิถีใหม่ (New Normal)

อันดับ 8 | Facebook : เฟซบุ๊ก

เว็บไซต์เครือข่ายสังคมที่ผู้คนทั่วโลกรู้จักอย่าง Facebook บริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็วอย่างไม่มีวันหยุดยั้ง ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นเอกลักษณ์ แม้ว่าปีนี้จะไต่อันดับลงมาจากเดิมเล็กน้อย แต่ Facebook ก็ยังดูแลเอาใจใส่กับพนักงานเหมือนเดิม ทั้งการจัดสรรพื้นที่พักผ่อนในออฟฟิศ เพื่อลดความเครียดและการแข่งขันในที่ทํางานให้พนักงานเกิดความผ่อนคลายในการทํางานมากที่สุด นำมาซึ่งผลงานคุณภาพจากความสุขของพนักงานอย่างแท้จริง

อันดับ 9 | Central Group : กลุ่มเซ็นทรัล

กลุ่มเซ็นทรัล บริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ที่พักอาศัย ตลอดจนร้านอาหารชั้นนํามากมายที่มีสาขาทั้งในและนอกประเทศ ผู้ริเริ่มหลากหลายนวัตกรรมให้กับอุตสาหกรรมค้าปลีกของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการนําเข้าเครื่องสําอางแบรนด์ดังระดับโลก การให้บริการลูกค้าอย่างสมบูรณ์แบบครบวงจร รวมถึงการนํารูปแบบแนวทางการสื่อสารทางการตลาดมาใช้ในธุรกิจค้าปลีกเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ด้วยความน่าเชื่อถือจากประวัติยาวนานที่สั่งสมมากว่า 70 ปี ทำให้กลุ่มเซ็นทรัล ยังคงรักษาอันดับเดิมของการเป็นบริษัทในฝันของใครหลายๆคนจากปีที่ผ่านมาไว้ได้

อันดับ 10 |  Sansiri : แสนสิริ

แสนสิริ เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่คู่คนไทยมานาน โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างชีวิตที่ดีให้กับทุกคน ผ่านการออกแบบที่สวยงามเพื่อตอบรับการใช้งานได้จริง รวมไปถึงการบูรณาการการบริการที่ครบวงจร ผ่านวิสัยทัศน์ของคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ การบริการ และนวัตกรรม ที่จะช่วยเพิ่มประสบการณ์การที่ดีแก่ผู้อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง สําหรับพนักงานก็จะได้รับสวัสดิการมากมายทั้ง Sansiri Holiday House จองได้ไม่จํากัดจํานวน Family Trip & Happy Family Deal จัดทริป และส่วนลดพิเศษให้พนักงาน และครอบครัว การตรวจสุขภาพประจําปี เลือกโรงพยาบาลใดก็ได้ค่าทันตกรรม ปีละ 3,000 บาท และยังสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลด้านสุขภาพจิตได้อีกด้วยนะ ทํางานที่นี่ไม่ต้องกลัวเครียดเลย

อันดับ 11 | Starbucks : สตาร์บัค

Starbucks มีวัฒนธรรมองค์กรที่โดดเด่นโดยเรียกเรียกพนักงานทุกระดับว่า partner เน้นสร้างทัศนคติแบบ Pro-Active ให้กับพนักงานทําให้พนักงานรู้สึกว่าไม่ได้เป็นแค่ลูกจ้าง แต่มีความรู้สึกถึงการเป็นเจ้าของร้านร่วมกันเพื่อสร้างสิ่ง ๆ ส่งต่อให้ลูกค้า พนักงานของ Starbucks จะได้รับ Spotify premium ฟรีได้รับเมล็ดกาแฟหรือชาสัปดาห์ละ 1 ถุงฟรีได้สินค้าของ Starbucks ฟรีรวมไปถึงโบนัส ค่ารักษาพยาบาล ซึ่งถือได้ว่า Starbucks มีการปรับตัวให้ดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาร่วมงานกับ Starbucks ได้อยู่เสมอเลยทีเดียว

อันดับ 12 | Dtac : ดีแทค

Dtac บริษัทสื่อสารโทรคมนาคมที่มีภาพลักษณ์ของความทันสมัย มีเป้าหมายที่จะเป็น Digital Brand อันดับหนึ่งของประเทศไทย โดยการมุ่งเน้นพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพ และมีความคิดสร้างสรรค์โดยการออกแบบออฟิศที่ช่วยแรงบรรดาลใจในการทํางาน และนําเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทํางานอย่างเต็มรูปแบบ เช่น Workplace by Facebook ซึ่งทําให้พนักงาน Dtac สามารถสื่อสารกับได้อย่างรวดเร็วผ่านแพลตฟอร์มของ Facebook หรือแอปพลิเคชัน PLearn ที่มีข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่าง ๆ พร้อมทั้งมีนิตยสารและหนังสือออนไลน์ให้เลือกอ่านอีกมากมาย ให้พนักงานสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา

อันดับ 13 | Philip Morris Trading (Thailand) : ฟิลลิป มอร์ริส เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์)

ฟิลลิป มอร์ริส เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์) เป็นบริษัทในเครือของฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์(PMI) ผู้นําในธุรกิจนําเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ มีวัฒนธรรมองค์กรที่ยอดเยี่ยมและมุ่งสร้างสิ่งที่ดีให้กับสังคม ภารกิจหลักของทางบริษัทคือการจัดการกับผลกระทบของการสูบบุหรี่ที่มีต่อสุขภาพและการสร้างสังคมไรควัน (Smoke-Free Future) ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ทางฟิลลิป มอร์ริส เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์) ยังให้สวัสดิการต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์และบัตรเติมนํ้ามันสําหรับฝ่ายขาย ประกันสุขภาพและประกันชีวิต ตลอดจนการทํางานจากนอกสถานที่

อันดับ 14 | SCG : ปูนซิเมนต์ไทย

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จํากัด (มหาชน) หรือที่เรียกกันว่า SCG เริ่มดําเนินกิจการครั้งแรกในฐานะผู้ผลิตปูนซิเมนต์ ต่อมาได้มีการขยายกิจการไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมาย อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กระดาษ โลหะ เครื่องจักรกล ปิโตรเคมี ธุรกิจจัดจําหน่าย เป็นต้น ทําให้ SCG มีตําแหน่งงานที่ครอบคลุมเกือบทุกอย่างที่คนรุ่นใหม่ต้องการ และบริษัทเองก็สนับสนุนในเรื่องของการศึกษา การให้พนักงานศึกษาต่อถึงระดับปริญญาเอก ทั้งมหาวิทยาลัยชั้นนําในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้พนักงานได้กลายเป็นนักคิด นักวิจัยที่มีคุณภาพและสร้างสรรค์ผลงานที่ดีให้ประเทศต่อไป

อันดับ 15 | Workpoint TV : เวิร์คพอยท์ ทีวี

องค์กรธุรกิจผู้สร้างสรรค์เนื้อหาบันเทิงครบวงจรอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ซึ่งเชี่ยวชาญในด้านความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ ทั้งการผลิตรายการโทรทัศน์, การผลิตภาพยนตร์, การจัดแสดงคอนเสิร์ตและโชว์บิซ, การผลิตและตัดต่อภาพเคลื่อนไหว ด้วยระบบคอมพิวเตอร์, การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์, การรับจ้างจัดกิจกรรมทางการตลาด, และสตูดิโอบันทึกเสียงเวิร์คพอยท์ในปัจจุบันได้ขยายกลุ่มธุรกิจออกเป็นหลายบริษัทย่อย ทําให้หลายคนที่เข้าไปในองค์แห่งนี้มีโอกาสทํางานได้หลากหลายมากขึ้น และหากทํางานดีก็มักจะได้ผลตอบแทนเป็นการให้หุ้นบริษัท ซึ่งกลยุทธ์ของการให้พนักงานมีส่วนร่วมในองค์กรเหมือนเป็นเจ้าของร่วม

อันดับ 16 | Grab : แกร็บ

Grab เป็นสตาร์ทอัพที่ก่อตั้งขึ้นโดยชาวมาเลเซีย 2 คนที่เดินทางไปศึกษาต่อในประเทศสหรัฐอเมริกา และพบว่าปัญหาการเรียกแท็กซี่ในมาเลเซียนั้นต้องรอนานและหารถยาก จึงหาวิธีแก้ปัญหาให้หมดไปด้วยการให้บริการเรียกรถ ทําให้ผู้คนไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าจะได้หรือไม่ได้รถกลับบ้าน ทําให้ Grab กลายเป็นที่นิยมไปทั่วโลก และยังมีธุรกิจหลักอย่างเช่นธุรกิจขนส่งผู้โดยสาร, เดลิเวอรี, การชําระเงิน และบริการทางและธุรกิจให้บริการเดลิเวอรี โดยปัจจุบัน Grab มีพนักงานในประเทศไทยกว่า 800 คน และ มีพาร์ทเนอร์คนขับมากกว่า 100,000 คน

อันดับ 17 | Mitr Phol : มิตรผล

อีกหนึ่งบริษัทที่ครองใจเหล่าคนหางานมาอย่างยาวนานอย่าง มิตรผล บริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมน้ำตาลอ้อย และ Bio-based โดยใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกับการบริหารจัดการอย่างบูรณาการ เพื่อสร้างคุณค่า สร้างอนาคตให้กับสังคม

โดยมิตรผลเชื่อในคุณค่าของคน เชื่อในศักยภาพและความสามารถของคนรุ่นใหม่ ทำให้บริษัทมิตรผลได้รับรางวัล “Best Employer Thailand” ถึง 3 ปีซ้อน (2016-2018) และในปี 2016 ยังได้รับคะแนนจากกลุ่ม Gen Y สูงสุด จึงทำให้ได้รับรางวัล “Best Employer for Generation Y” อีกด้วย การันตีให้เห็นถึงการให้ความสำคัญในเรื่องทรัพยากรคนที่มิตรผลดูแลได้เป็นอย่างดี

อันดับ 18 | Krungsri : ธนาคารกรุงศรี

กรุงศรีมีความมุ่งมั่นที่จะตอบสนองทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างตลอดเวลา ด้วยการให้บริการทางการเงินอย่างครบวงจร และนําเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายแก่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายทั้งสามกลุ่ม คือ ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ลูกค้าธุรกิจ SME และลูกค้าบุคคล บัตรเครดิต ประกันวินาศภัย การบริหารสินทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์ และอีกมากมาย โดยพนักงานของกรุงศรีจะได้รับการเรียนรู้ผ่านการอบรมหลากหลายช่องทางทั้งการอบรม การสัมมนาเชิงปฏิบัติการในห้องเรียน (Classroom Training/workshop) การเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์(e-learning) การแบ่งปันความรู้ร่วมกันและการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง เป็นต้น

อันดับ 19 | L’Oréal : ลอรีอัล

ลอรีอัล ปารีส เป็นกลุ่มบริษัทที่ดําเนินธุรกิจความงามระดับโลกมายาวนาน แตกแขนงเป็นแบรนด์เครื่องสําอางค์และเวชสําอางค์ชื่อดังมากมาย โดยดําเนินงานภายใต้พันธกิจ “แบ่งปันความงามให้ทุกสรรพสิ่ง” มุ่งเน้นการนําเสนอนวัตกรรมใหม่ สร้างเครือข่ายกระจายสินค้าอย่างกว้างขวาง สร้างแคมเปญที่มีประสิทธิภาพ และสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องด้วยการออกสินค้าใหม่ ๆ ตอบรับต่อความต้องการของผู้ใช้งาน มีนโยบาย Share & Care ดูแลสวัสดิการพนักงานเช่น Work Anywhere ที่ให้พนักงานสามารถเลือกที่ทํางานที่ตนเองทํางานได้สบายที่สุด ลอรีอัล ยังคงมีสวัสดิการที่สามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้อยู่เสมอ

อันดับ 20 | AIS : แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส

บริษัทมหาชนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของไทย เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศตามจํานวนผู้ใช้งาน AIS ดูแลพนักงานแบบคนในครอบครัว บริษัทฯ จึงมีนโยบายดูแลพนักงานทั้งด้านสุขภาพครอบครัวและสังคม เพื่อให้พนักงาน สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความสุขในชีวิตการทํางานและครอบครัว นอกจากนี้พนักงานยังสามารถแต่งตัวอย่างไรไปทํางานก็ได้

อันดับ 21 | Bangchak : บางจาก

บริษัทพลังงานสัญชาติไทย ที่ดําเนินธุรกิจด้านพลังงานเคียงคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม มีกิจการหลักเป็นการประกอบธุรกิจโรงกลั่นนํ้ามันปิโตรเลียม ตั้งแต่จัดหาแหล่งนํ้ามันดิบจนถึงขั้นตอนการกลั่นเป็นน้ำมันสําเร็จรูปที่ได้มาตรฐาน ในปัจจุบัน บางจากได้ขยายกิจการสู่ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังธรรมชาติ ที่เป็นพลังงานสะอาด เช่นเซลล์แสงอาทิตย์ ตลอดจนธุรกิจพลังงานชีวภาพและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่าง ๆ ทั้งนี้ บริษัทมีเป้าหมายที่จะสร้างความมั่นคงให้กับพลังงานของชาติ และขยายการลงทุนสู่ธุรกิจใหม่เพื่อสร้างความต่อเนื่องและความยั่งยืนแก่กิจการ จากรีวิวของ WorkVenture พบว่าที่นี่ “สวัสดิการณ์ที่ดี พี่เลี้ยงดูแลเป็นกันเอง – เดินทางสะดวกติดรถไฟฟ้า – บรรยากาศการทํางานไม่ตึงเครียด มีการสอนงานเป็นอย่างดี”

อันดับ 22 | GMM Grammy : จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

องค์กรที่คนรุ่นใหม่ที่สนใจด้านความบันเทิงต้องการเข้าทํางานมากติดอันดับเสมอมา เป็นผู้นําด้านสื่อและธุรกิจบันเทิงที่ครบวงจรที่สุดของประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงแต่ค่ายเพลงเท่านั้น แต่มีหลากหลายรายการโทรทัศน์ที่คุ้นหู คุณภาพในระดับสากล เพื่อส่งมอบความสุขและสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคในทุกช่องทางอย่างไร้ขีดจํากัด สอดรับกับพฤติกรรมการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยโดยแกรมมี่ ให้สวัสดิการพนักงานมากมาย ทั้งวันหยุดพักผ่อนตามปกติ ลากิจ ลาป่วย ค่ารักษาพยาบาล ตรวจร่างกายประจําปี บริษัทยังมีห้องพยาบาล พร้อมแพทย์และพยาบาล จาก ร.พ. สมิติเวช มาประจําอยู่ทุกวัน ที่มากไปกว่านั้นในวันที่พนักงานต้องการลาหยุดสําหรับวันพิเศษ บริษัทสามารถให้พนักงานลาหยุดได้มากถึง 5 วัน ซึ่งถือว่าแตกต่างจากองค์กรอื่น

อันดับ 23 | Lazada : ลาซาด้า

เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมอีเมิร์ซผู้ให้บริการการซื้อขายของออนไลน์ที่ชื่อติดหูคนไทยเป็นอย่างมาก จากช่วงที่ผ่านมาลาซาด้าได้จัดโปรโมชันมากมายและมีสินค้าจากต่างประเทศให้เลือกซื้อกันได้อย่างง่ายดาย การเติบโตของลาซาด้าบวกกับความที่เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ ทําให้สามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ไฟแรงให้เข้ามาทํางานที่นี่ได้อย่างง่ายได้ ปัจจุบัน Lazada ให้บริการอยู่ในหลายประเทศในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอยู่ภายใต้Alibaba Group ซึ่งลาซาด้าไม่เป็นเพียงแพลตฟอร์ม E-commerce เท่านั้น แต่ยังมีในส่วนของ ลาซาด้า เอ็กซ์เพรส ซึ่งทําธุรกิจขนส่งสินค้า ช่วยให้ลาซาด้าจัดส่งสินค้าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและลาซาด้า ไอเอชคิว ทําธุรกิจให้คําปรึกษาด้านการบริหารจัดการ ซึ่งต่างก็เป็นธุรกิจที่ทําให้ลาซาด้าเข้าผู้บริโภคมากขึ้น จึงทําให้มาอยู่ในใจของผู้บริโภคและผู้หางานอย่างรวดเร็ว

อันดับ 24 | Booking.com : บุ๊กกิ้งดอทคอม

อีกหนึ่งผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมที่ขยายสาขาได้อย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยมีสวัสดิการที่โดนใจพนักงานสุด ๆ ไม่ว่าจะเป็น ห้องอาหารที่มีบริการอาหารเที่ยงฟรี มีคลาสเต้นซุมบ้า มีเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะกับการทํางานโดยเฉพาะ เช่น โต๊ะที่สามารถปรับระดับความสูงได้ ทํางานที่นี่สามารถปรับให้ยืนทํางานได้ด้วย เก๋มาก ๆ เลย และหากใครคุยกับลูกค้าแล้วรู้สึกเหนื่อย ๆ อยากจะพักผ่อน ที่นี่เขาก็จัดเต็มให้กับความสะดวกสบาย เช่น ห้องห้องพักผ่อนหรือ Nap Room นั่นเอง การตกแต่งด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สงบและมีแสงพอประมาณ ช่วยคลายเครียดให้กับพนักงานเป็นอย่างดีเลย อาจจะบอกได้ว่า การรักษาสุขภาพกายและใจ เป็นวัฒนธรรมองค์กรของ Booking.com เลยก็ว่าได้

อันดับ 25 | Siam Piwat : สยามพิวรรธน์

สยามพิวรรธน์ เป็นบริษัทธุรกิจค้าปลีกและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ปัจจุบันเป็นเจ้าของและบริหารกิจการศูนย์การค้าชั้นนํามากมาย เช่น สยามพารากอน และ ไอคอนสยาม บริษัทมุ่งเน้นเป็นตัวกลางนําความรู้ในด้านต่าง ๆ มาต่อยอดเพื่อส่งเสริม สนับสนุน สร้างโอกาสให้คนไทยได้แสดงศักยภาพและความสามารถ เช่น โครงการ “ต้นแบบเครือข่ายกรุงเทพฯ สีเขียว” ที่ร่วมมือกับสํานักงานสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นที่การยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับสังคมผ่านการปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อม ด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและใช้หลัก 3R ในการจัดการกับพื้นที่ภายในอาคารต่าง ๆ ภายใต้การดูแลของบริษัท

อันดับที่ 26 – 50
  1. Foodpanda
  2. ExxonMobil
  3. KBank
  4. SCB
  5. Honda
  6. P&G
  7. Thaioil
  8. EVEANDBOY
  9. Dentsu
  10. Toyota
  11. Pomelo
  12. G-Able
  13. Unilever
  14. Deloitte
  15. Ascend
  16. The Standard
  17. CP All
  18. True Corp
  19. Nissan
  20. Boonrawd
  21. A-List
  22. Disney
  23. Srichand
  24. Thai Airways
  25. AP Thai

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...