{{-- --}}
Advertisement

SHARE

โฆษก ศบค.เผย 3 เหตุผล ศบค.ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือนเป็น 30 มิถุนายน ยืนยันเพื่อความมั่นคงด้านสาธารณสุข ขณะที่วันนี้ไทยไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม แต่มีรอยืนยันผลอีก 2 คนเป็นคนไทยเดินทางมาจากต่างประเทศ 

วันที่ 22 พฤษภาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. เปิดเผยว่า รายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใหม่วันนี้ คือ 0 คน แต่ไม่ใช่ 0 ซะทีเดียว เพราะมีรายงานจากสถานที่กักตัวของรัฐว่า พบคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 2 คน อยู่ระหว่างกระบวนการรอยืนยันผลการติดเชื้อ โดยเป็นผู้เดินทางกลับมาจากประเทศอียิปต์ และอินเดีย ทั้งนี้ยอดผู้ติดเชื้อรวมสะสมอยู่ที่ 3,037 คน ผู้หายป่วยกลับบ้านแล้ว 2,910 คน (เพิ่มขึ้น 13 คน) โดยยังคงมีผู้ป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาล 71 คน (ลดลง 13 คน) โดยวันนี้ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มยังคงที่ 56 คน

นพ.ทวีศิลป์ เปิดเผยศบค.เน้นย้ำต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือนจากวันที่ 1 มิถุนายนถึง 30 มิถุนายน เพื่ออะไร คำตอบคือเพื่อความมั่นคงด้านสาธารณสุข เป็นจุดหมายหลักโดยมีเหตุผลรองรับ 3 เหตุผล คือ

  1. ยังคงมีความจำเป็นและต้องมีการบังคับใช้ พ.ร.ก.นี้ เพราะต้องการความมีเอกภาพ รวดเร็ว มีความต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานกลางในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ กฎหมายทั้งหมดที่เกี่ยวโยงกันกับ เรื่องการควบคุมโรค ไม่ใช่แค่ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ มาใช้แล้วได้ผล ไม่เพียงพอต้องมีการประกอบกฎหมายอีก 40 ฉบับ มาอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเชื่อมโยงถึงการเดินทางเข้ามาจากต่างประเทศ การเคลื่อนย้าย ยานพาหนะ อากาศยาน การตรวจคนเข้าเมือง จิปาถะอีกมากมาย 40 กฎหมายต้องเป็นเอกภาพ และรวดเร็วนั่นคือความสำคัญ
  2. เป็นการเตรียมรองรับมาตรกรผ่อนคลายในระยะที่ 3 และ 4 เพราะประเทศไทยอยู่ในระหว่างการผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 2 ต่อไปคือระยะที่ 3 และระยะที่ 4 เมื่อเทียบกับระยะที่ 1 และระยะที่ 2 คือมีความเสี่ยงเรื่องสาธารณสุขที่สูงกว่า เสี่ยงติดเชื้อสูงกว่า จะบอกว่ากิจการ กิจกรรม ที่มีความเสี่ยงสูงแต่ตัวกำกับจะหย่อนลงนั้นลำบาก เพราะเดิมตัวกำกับที่ดีความเสี่ยงต่ำ ยังเอาอยู่ได้แต่ถ้าตัวกำกับนี้ หย่อนลงไปจะให้ยกเลิก พ.ร.ก.นี้ลงไปแต่ปรากฎว่าพฤติกรรมความเสี่ยงสูงกลับมา สิ่งนี้ไม่สมดุลกันไม่ได้ ดังนั้นต้องสร้างความสมดุลนี้ให้เกิดขึ้น จึงจำเป็นต้องมีมาตรการตามกฎหมาย เพื่อกำกับบริหารจัดการ ให้เป็นไปตามมาตรการผ่อนคลายตามที่กำหนดให้เหมาะสม
  3. สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ยังไม่สิ้นสุด โดยมีข้อมูลว่า หลายประเทศยังคงมีการระบาดและมีจำนวนผู้ติดเชื้อในระดับสูง และเมื่อประเทศไทยได้จัดทำมาตรการผ่อนคลายครบทั้ง 4 ระยะแล้ว จำเป็นจะต้องมีระยะเวลาเพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ อาทิ มาตการด้านกฎหมาย แผนปฏิบัติการในการบริหารวิกฤติการเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจจะกลับมาแพร่ระบาดของโรค ถ้าไม่มีกฎหมายควบคุมโรคอาจไหลจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศเรา โรคติดต่อไม่มีพรมแดน ซึ่งความร่วมมือของประชาชนร่วมกับระบบการจัดการของภาครัฐ ต้องเหมาะสมกัน

“หลายคนบอกว่ายกเลิกเถอะ พอแล้ว ประเด็นก็คือเราอยากจะเข้าสู่ระยะที่ 3 ถึงตอนนั้นถ้าไม่มีพ.ร.ก. จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราจะเอาระยะที่ 4 ถ้าไม่มี พ.ร.ก. จะเกิดอะไรขึ้น นี่คือสิ่งที่ผมคงต้องถามย้อนกลับไปยังพี่น้องประชาชนว่าตอนนี้เรามีความมั่นใจทุกเรื่อง ถึงแม้ว่ามีพ.ร.ก. ไม่ได้หมายความว่าเป็นที่สุด แต่ว่าก็เป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่ทำให้เรามีน้ำหนึ่งในเดียวกันและทุกๆ ท่านก็เข้าใจว่าเราทำไปเพื่ออะไร  สิ่งเหล่านี้เราก็ทำเพื่อทุกๆ ท่าน แต่ทุกท่านก็ทำเพื่อญาติของท่านเองเพื่อคนที่ท่านรักเอง ที่สุดแล้วเราก็ทำเพื่อประเทศไทย เราถึงประสบความสำเร็จกันมาถึงตอนนี้ การประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเครื่องมืออันหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่ใช่ทั้งหมด” โฆษกศบค. กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ เปิดเผยว่า นายกฯ ได้มีสั่งการให้คณะทำงานที่จะพิจารณากิจการ-กิจกรรม ในระยะที่ 3 ให้ดำเนินการรวบรวมกิจการ-กิจกรรมที่มีความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูงอย่างถี่ถ้วน เพราะจะเป็นก้อนใหญ่ เนื่องจากระยะที่ 4 จะเหลือเฉพาะกิจการ-กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงเท่านั้น นอกจากนี้อาจมีการลดระยะเวลาเคอร์ฟิวเพิ่มเติมไปพร้อมกันด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัว แพทย์หญิงพรรณประภา ยงค์ตระกูล หรือ หมอบุ๋ม ผู้ช่วยโฆษก ศบค. ดีกรีนางสาวไทย ปี 2551 (คนที่ 44 ) จะมาทำหน้าที่แถลงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 รายวัน ในวันเสาร์และอาทิตย์ สลับกับนพ.ทวีศิลป์ โดยแพทย์หญิงพรรณประภา เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล จบการศึกษาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...