Advertisement

SHARE

‘วิโรจน์’อัด ‘ประยุทธ์-อนุทิน’ จัดซื้อวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าเพียงรายเดียว เท่ากับเอาชีวิตคนไทยไปเสี่ยง เหน็บเอาภาษีประชาชนทำโครงการวัคซีนคนละครึ่ง ครึ่งหนึ่งตาย ครึ่งหนึ่งรอด จี้เปิดสัญญาจัดซื้อ

วันที่ 17 ก.พ. 2564  นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลช่วงหนึ่งว่า รัฐบาลบริหารจัดการวัคซีนผิดพลาด เอาประชาชนไปกระจุกความเสี่ยงไว้กับวัคซีนเพียงเจ้าเดียว ไม่สนใจคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ ขาดความโปร่งใส ขัดขวางการตรวจสอบ การฉีดวัคซีนล่าช้า ทำประชาชนเสียหายเดือนละ 2.5 แสนล้านบาท นี่คือความผิดฉกรรจ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งทั้งคู่จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ นอกจากนี้ นายอนุทินยังมีพฤติกรรมท้าทาย เอาชีวิตประชาชนไปล้อเล่น จากการพูดว่า โควิดกระจอกงอกง่อย จนทำให้คนทั้งประเทศรู้ว่า คนที่กระจอกที่สุดคือนายอนุทิน อีกทั้งการระบาดระรอกใหม่ นายกฯ กล้าที่จะบอกประชาชนให้หยุดอยู่กับบ้าน 14-15 วัน ทั้งที่เกิดจากความบกพร่องของตัวเอง

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า แผนการจัดหาวัคซีน 65 ล้านโดสภายใน 3 ปี เป็นการวางแผนการฉีดวัคซีนที่ช้ามาก กว่าจะฉีดวัคซีนได้ครอบคลุมประชาชนครึ่งหนึ่งก็กินเวลาไป 3 ปีแล้ว จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่และคืนปากท้องให้ประชาชนได้อย่างไร ทั้งๆ ที่เรื่องนี้ต่างประเทศตื่นตัว แต่ พล.อ.ประยุทธ์กลับทำงานหวานเย็น เพิ่งตื่นตัวเรื่องวัคซีนเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนเดือน ธ.ค. 2563 ยังทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน โดยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือน พ.ย. 2563 สั่งซื้อวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้ารายเดียวแค่ 26 ล้านโดส ครอบคลุมประชากรแค่ 23% ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่เรียกว่า ถ้าได้ก็ดี ไม่มีก็ตาย นอกจากนี้ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทินมั่นใจว่าจะได้วัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้าแน่ๆ ก็คงไม่มีมติคระรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2564 ให้จัดหาวัคซีนจากบริษัทซิโนแวค 2 ล้านโดสมาแก้ขัด แสดงว่าทั้งคู่ต่างรู้ดีว่า การฝากความหวังไว้ที่วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ายี่ห้อเดียว เป็นการกระทำที่เสี่ยงมากๆ และเอาชีวิตประชาชนทั้งประเทศไปเสี่ยงด้วย

“เมื่อรัฐบาลสั่งซื้อวันซีนซิโนแวค แต่ทำไมไม่ซื้อวัคซีนจากบริษัทซิโนฟาร์มที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบเดียวกัน และได้รับการขึ้นทะเบียนการใช้งาน และผลการทดลองเฟส 3 สูงถึง 79.34-86% และเป็นวัคซีนหลักที่ประเทศจีนใช้ฉีดให้กับประชาชน แต่กลับซื้อวัคซีนจากบริษัทซิโนแวคที่มีข่าวว่า มีกลุ่มทุนรายหนึ่งเข้าไปลงทุนถือหุ้น 15% ต้องถามว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเอาเงินภาษีไปทำโครงการวัคซีนคนละครึ่งหรือไม่ คือครึ่งหนึ่งรอด ครึ่งหนึ่งตาย และอยากให้มีการเปิดเผยสัญญาการจัดซื้อกับแอสตร้าเซนเนก้า จะได้รู้ว่าไทยซื้อแพงกว่าประเทศอื่นหรือไม่”นายวิโรจน์กล่าว

นายวิโรจน์ กล่าวด้วยว่า ประชาชนหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นเพราะวัคซีน แต่สุดท้ายต้องสิ้นหวัง สิ้นอนาคต ทั้งนายอนุทิน และพล.อ.ประยุทธ์ แค่ต้องเดินเฉียดใกล้ยังรู้สึกลำบากใจ แค่คิดว่าต้องหายใจเอาอากาศร่วมกันกับ 2 คนนี้ก็รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก จึงไม่อาจให้พล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้อีกต่อไป และไม่อาจไว้วางใจให้นายอนุทินดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการอภิปรายนั้น ส.ส.พรรคพลังประชารัฐต่างลุกขึ้นประท้วงพร้อมทั้งขอให้ยุติการอภิปรายเป็นระยะๆ โดยระบุว่ามีการอภิปรายโดยพูดถึงสถาบัน ซึ่งนายวิโรจน์ชี้แจงว่า การอภิปรายนั้นเป็นการพูดตามญัตติ เพื่อปกป้องสถาบันจาก พล.อ.ประยุทธ์ อย่างไรก็ตาม นายวิโรจน์ได้ถอนบางคำพูดที่เกี่ยวข้องกับสถาบันในท้ายที่สุด จึงทำให้การอภิปรายดำเนินต่อไป

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...