สาวถูกสามีเอาน้ำกรดสาดหน้า อาการสาหัส ถูก รพ.เอกชนแห่งหนึ่งปฏิเสธการรักษา สุดท้ายทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิต ล่าสุด ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เตรียมนำศพ บุก รพ. เรียกร้องให้รับผิดชอบ
วันที่ 10 พ.ย. 61 เพจเฟซบุ๊ก ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เปิดเผยเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่ถูกสามีเอาน้ำกรดสาดหน้า จนต้องไปโรงพยาบาลแต่ถูกปฏิเสธการรักษา ทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยเพจได้ระบุข้อความว่า จากเหตุการณ์ ที่ น.ส.ช่อลัดดา ซึ่งเชื่อว่าถูก นายคำตัน สามีเอาน้ำกรดสาดที่ใบหน้าเพราะความหึงหวง แล้วได้หลบหนีไป น.ส.ช่อลัดดา ต้องกัดฟันทนพิษบาดแผลประคองตัวเองให้ น้องเต ลูกสาว วัยเพียง 12 ปี พามา รพ.บางมด แต่แท็กซี่เห็นว่าอาการหนักจึงปรารถนาดีนำส่ง รพ.พระราม 2 ที่ใกล้ที่สุดแต่กลับถูก รพ.พระราม 2 ปฏิเสธการรักษา โดยผลักไสผู้ป่วยให้ขึ้นแท็กซี่ไปรักษาตัวที่ รพ.อื่น ทั้งๆ ที่ผู้ป่วยยังไม่ได้อยู่ในอาการที่ปลอดภัย พ้นขีดอันตราย และผลสุดท้ายคือ น.ส.ช่อลัดดา ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในระหว่างทาง
ทางชมรมฯ ได้รับให้การช่วยเหลือในคดีนี้ โดยในวันนี้ (11 พ.ย.) ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จะนำครอบครัวและศพของ น.ส.ช่อลัดดา หญิงที่ถูกสามีสาดน้ำกรด แต่ รพ.พระราม 2 ปฎิเสธการรักษา จนทำให้ น.ส.ช่อลัดดา เสียชีวิตในรถแท๊กซี่ในระหว่างทางไปรักษาโรงพยาบาลอื่น ไปที่หน้าโรงพยาบาลพระราม 2 โดยต้องการให้ทางโรงพยาบาลพระราม 2 ออกมาแสดงความรับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กของเพจในเวลา 10.00 น.
ขณะที่ เพจ Drama – addict ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ว่า กรณีไม่รับผู้ป่วยแบบนี้มีเยอะมาก แต่ในความจริงหากเป็นกรณีฉุกเฉิน คนไทยทุกคนสามารถใช้สิทธิ ucep เข้ารับการรักษาได้ เคสนี้ จริงๆ ไม่ต้องใช้สิทธิประกันสังคม หรือบัตรทอง แต่ต้องใช้สิทธิฉุกเฉิน ucep ทั้งนี้ เคยมีประกาศว่า หากโรงพยาบาลเอกชนแห่งไหน ปฏิเสธไม่รักษาผู้ป่วยฉุกเฉิน จะถูกดำเนินการทางกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติยังไม่มีที่ไหนเคยถูกลงโทษเพราะเรื่องนี้
ด้าน พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ก็ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า การปฏิเสธและส่งต่อคนไข้ จนทำให้เสียชีวิตระหว่างทางเป็นเรื่องใหญ่ ควรต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้สังคมเข้าใจ แพทยสภา เป็นหน่วยงานซึ่งดูเรื่องมาตรฐานการรักษาแพทย์ ในตัวแพทย์ผู้เกี่ยวข้อง ส่วนโรงพยาบาลเข้าใจว่าเป็น รพ.เอกชน อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสถานพยาบาล ก็ควรต้องถูกตรวจสอบโดย สบส.สธ.คู่ขนานกัน