Advertisement

SHARE

ธัญวัจน์ แนะกระทรวงศึกษาหยุดการสอนให้เด็กตีตราผู้อื่น เพราะเป็นสร้างความเกลียดชังที่นำพาไปสู่การ Bully หลังมีการนำภาพนักร้องสาวมาประกอบในหนังสื่อเรียนชั้น ป.5

วันที่ 12 ก.ย.2563 นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่หนังสือแบบเรียนวิชาสังคม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในแบบฝึกหัดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ของกระทรวงศึกษาธิการนำภาพนักร้องสาว ขนมจีน กุลมาส สารสาส ศิลปินนักร้อง ใส่เสื้อยืดกระโปรงและทำผมตามแฟชั่น และแบบฝึกนี้ให้เป็นการเขียนอภิปราย โดยเป็นคำถามชี้นำว่า “วัฒนธรรมนี้เหมาะสมกับคนไทยหรือไม่” โดยมีคำตอบชี้นำในการเล่มเฉลยสำหรับครูว่า “ไม่เหมาะสม เพราะไม่เรียบร้อย”

สิ่งนี้ไม่ใช่การไม่พัฒนาของการศึกษาไทย การศึกษาไทยปลูกฝังการตัดสินผู้อื่น เหยียดบุคคลจากรูปลักษณ์ภายนอก ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น น่าสลดใจที่ศตวรรษที่ 21 ประเทศไทยเดินไปไม่ทันโลกที่เปลี่ยนไปผู้ออกแบบเรียนไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นนอกกะลาใบนี้ เหตุใดกระทรวงศึกษาฯถึงอนุมัติให้แบบเรียนนี้ออกมาชัดเจนแล้วว่าวิสัยทัศน์ของผู้บริหารติดลบ มาถึงตรงนี้ อย่าแปลกใจหรือสงสัยว่าเหตุใดนักเรียนทั่วประเทศออกมาชู 3 นิ้ว การดีเบตของนักเรียนกับรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาถึงแตกต่างเหมือนอยู่คนละโลก

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.พรรคก้าวไกล

การศึกษาคือสิ่งที่ประเทศที่พัฒนาให้ความสำคัญเพราะการศึกษาคือรากญานของบุคคล่กรที่มีคุณภาพแต่ประเทศไทยยังมีแบบเรียนที่ล้าหลัง ชี้นำความคิดปลูกฝังวัฒนธรรมผิดๆแบบนี้อยู่ ปัญหาที่เกิดขึ้นหลายอย่างเพราะการศึกษาไทยการสอนให้เด็กไทยไม่เคารพผู้อื่น นำพาสู่การไม่เคารพตัวเอง

ประเทศไทยต้องการการศึกษาที่เปิดกว้างที่ทันโลก เราต้องการการเรียนการสอนที่ให้รู้จักการเคารพตนเองและผู้อื่น เราอยู่ในสังคมที่วัน ๆ เอาแต่จ้องจับผิดผู้อื่น แทนที่จะทำหน้าที่ตนเองให้สร้างสรรค์ เราอยู่ในสังคมที่ใครแตกต่างก็ถูกมองว่าผิดแปลก สร้างความเป็นพวกพ้องไม่กล้าแตกต่างเพราะสังคมจะมองว่าแตกแถว แล้วเราจะพัฒนาสังคมจองเราให้ยอมรับความหลากหลายได้อย่างไร

ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวว่า อยากเรียกร้องไปยังอยากกระทรวงศึกษาพัฒนาวิชาสังคมให้มีการเรียนรู้เข้าใจสังคมและความหลากหลาย และหยุดการสอนให้เด็กตีตราผู้อื่น เพราะมันการสร้างความเกลียดชังที่นำพาไปสู่การ Bully และร้ายไปถึงการส่งผลต่อจิตใจผู้อื่น หากเรื่องแค่นี้ยังไม่สามารถปรับปรุงได้ตนเห็นว่ารัฐมนตรีกระทรวงศึกษาควรพิจารณาตนเองเสียทีว่าการเป็นเจ้าของโรงเรียนราคาแพงไม่ได้หมายถึงการมีศักยภาพในการบริหารระบอบการศึกษาระดับประเทศ

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...