{{-- --}}
Advertisement

SHARE

วายแอลจี ชี้ ปีนี้ทองขึ้นมาแล้วกว่า 25% แต่ยังมีโอกาสขึ้นอีก แนะจับตาหากราคาแตะ 2,100ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และยังมีลุ้นไปต่อ จับตาผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ หาก ‘ทรัมป์’ ชนะมีผลทั้งในทางบวกและลบ แต่หาก ‘โจ ไบเดน’ ชนะ เชื่อตลาดทองคำไปต่อได้

วันที่ 9 ต.ค. 2563 น.ส. ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาด TFEX เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงเดือนเดือน ต.ค. ราคาทองเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นหลังจากที่เดือน ก.ย.ที่ผ่านมาราคาแกว่งตัวลงเพื่อปรับฐาน อย่างไรก็ตาม หากมองจากต้นปีนี้ถึงปัจจุบัน พบว่าราคาทองคำปรับขึ้นมาแล้วกว่า 25% ซึ่งถือว่า เป็นการปรับตัวขึ้นมาสูงกว่าปกติที่แต่ละปีราคาทองคำจะปรับขึ้นมาประมาณ 5 – 10%

อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำในระดับปัจจุบันถือว่าเป็นการปรับตัวขึ้นมาสูงมากแล้ว แต่ก็ยังมีโอกาสปรับขึ้นต่อ โดยสาเหตุหลักมาจากจากเศรษฐกิจโลกที่ยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวให้กลับไปสู่ภาวะปกติ อีกทั้งผลตอบแทนดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะต่างประเทศที่ลดลงเหลือ 0% รวมถึงสินทรัพย์รูปแบบอื่นๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ เริ่มซื้อ-ขายลำบากทำให้สภาพคล่องต่ำ นักลงทุนส่วนหนึ่งจึงเน้นถือเงินสด และบางส่วนนำเงินลงทุนมาพักไว้ในทองคำ ดังนั้นตราบใดที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำราคาทองจึงยังคงอยู่ในขาขึ้น และราคาทองคำจะเข้าสู่ช่วงขาลงก็ต่อเมื่ออัตราดอกเบี้ยเริ่มปรับตัวดีขึ้น

สำหรับทิศทางราคาทองคำรอบนี้จะปรับขึ้นไปได้อีกไกลแค่ไหนนั้น วายแอลจีมองว่าจะต้องผ่าน 2,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ก่อน จึงจะไปได้ต่อ ซึ่งก่อนหน้านี้ราคาทองคำเคยทดสอบ 2,075 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และปรับลดลงมาในช่วงปลายเดือน ก.ย. แต่ในช่วงนี้ราคายังทรงตัวไม่หลุด 1,872-1,847 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ดังนั้นมองว่า 1,847-1,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์อาจจะเป็นฐานใหม่ ก่อนจะปรับขึ้นในช่วงต่อไป

“ปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำในช่วงนี้ที่น่าจับตาคือประเด็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เนื่องจากนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่าหากผลการเลือกตั้งออกมาว่าโจ ไบเดน เป็นฝ่ายชนะ จะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ เนื่องจากโจ ไบเดน มีนโยบายภาษีที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น ซึ่งหากหุ้นปรับตัวลงเงินลงทุนจะไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ กลับกัน  หากหากโดนัลด์ ทรัมป์ชนะ  แม้จะส่งผลดีต่อตลาดหุ้น และจะทำให้ราคาทองปรับลดลง อย่างไรก็ตามนโยบายบางอย่างของนายทรัมป์อาจจะเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำได้ เพราะช่วงปีที่ผ่านมา ก็มีนโยบายสงครามการค้า ที่ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอน ทำให้นักลงทุนหันมาพักเงินในตลาดทองคำ เป็นต้น”

ทั้งนี้ในส่วนของนักลงทุนที่ยังไม่มั่นใจว่า ในอนาคตราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นหรือลงนั้น สามารถจัดการความเสี่ยงได้ด้วยการลงทุนในโกลด์ฟิวเจอร์สที่สามารถลงทุนได้แม้ตลาดทองคำจะอยู่ในขาขึ้นหรือขาลงผ่านตลาด TFEX ทั้งในแบบโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส(Gold Online Futures) ที่เป็นการซื้อขายทองคำล่วงหน้าในรูปแบบดอลลาร์สหรัฐ  และโกลด์ฟิวเจอร์ส(Gold Futures) ที่เป็นการซื้อขายด้วยเงินบาท ซึ่งการลงทุนผ่าน TFEX  ถือเป็นทางเลือกที่นักลงทุนรุ่นใหม่ให้ความสนใจเพราะใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการลงทุนในทองคำแท่ง วางเงินลงทุนเพียงไม่ถึง 1 ใน 10 ของมูลค่าสัญญา

สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนทองคำในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Gold Online Futures และ Gold Futures ) เพื่อเป็นอีกทางเลือกการลงทุน สามารถดูรายละเอียดได้ทาง  www.ylgfutures.co.th หรือ โทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-687-9999

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...