จากกรณีกระแสข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจตีวงผู้ก่อเหตุบุกชิงทองร้านทองออโรร่า สาขาโรบินสัน ลพบุรี และยิงผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บอีก 4 คน โดยระบุว่า ผู้ต้องสงสัย 3 คน หนึ่งในนั้นเป็นบุคคลในเครื่องแบบ และมีการนำภาพอดีตทหาร ชาวลพบุรี รายหนึ่งไปแชร์ว่า เป็นผู้ที่ก่อเหตุ
วันที่ 15 ม.ค. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายฐปนนท์ ปรีชาจารย์ เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.สุโกศล ทองแกมแก้ว และ ร.ต.อ.เครือณรงค์ ขมิ้นเครือ รอง สว. (สอบสวน ) กก.3 กก.บก.ปอท. แจ้งความดำเนินคดีกับคนที่โพสต์และแชร์ กว่า 10 ราย ว่าเป็นคนร้ายชิงทอง
นายฐปนนท์ กล่าวว่า ช่วงที่เกิดเหตุตนไปส่งแฟนแล้วขับรถกลับบ้าน แต่เห็นรถกู้ภัยจึงขับรถตามไปที่โรบินสันว่าเกิดอะไรขึ้น ต่อมามีการโพสต์ว่าตนเป็นคนร้ายจึงได้มีการแจ้งความกับตำรวจในพื้นที่ คือ สภ.เมืองลพบุรี ยืนยันก่อนหน้านั้นไม่เคยถูกตำรวจเรียกไปสอบปากคำ
.
ตนตกใจและกลัวว่าจะเป็นแพะ ครอบครัวก็ไม่สบายใจ ตนเคยเป็นทหารและลาออกมาแล้ว เป็นพลเรือนเต็มตัว เป็นพนักงานบริษัท ไม่มีอาวุธปืน ไม่เคยขอครอบครอง
ที่สงสัยคือ ภาพตนในทะเบียนราษฎร์หลุดมาได้อย่างไร ซึ่งมีเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงค้นหาได้ กำลังค้นหาว่าภาพมาได้อย่างไร บุคคลที่เป็นพลเรือนไม่สามารถเข้าถึงได้
.
สำหรับคนที่นำภาพตนไปโพสต์ มีทั้งเฟซบุ๊กส่วนบุคคลและที่เอารูปตนไปใส่ในคอมเม้นต์เพจใหญ่ๆ ตนต้องลางานเข้ามาชี้แจง ขอยืนยันความบริสุทธิ์พร้อมทั้งให้สอบและให้ตรวจดีเอ็นเอ เมื่อคืนก็ไม่ได้นอนต้องค้นหาข้อมูลเรื่องนี้
“เรื่องสื่อโซเชียลทุกวันนี้อันตรายมาก มันดีบางส่วน ส่งข่าวสารได้รวดเร็ว แต่ที่ผิดพลาดผมเอาถึงต้นตอแน่นอนบอกเลย พร้อมจะดำเนินคดี ซึ่งมีเป็น 10 ราย ผมแค็ปไว้หมดแล้ว”
.
เมื่อถามว่า ถ้าคนที่แชร์ไปแล้วขอโทษจะให้อภัยหรือไม่ นายฐปนนท์ กล่าวว่า ตนอยากให้เป็นบทเรียน อยากให้เห็นเป็นรูปธรรม