รวบแล้วมือฆ่าเผาสาว 18 สารภาพประสงค์ต่อทรัพย์ของผู้ตาย ตำรวจตั้ง 3 ข้อหาหนักแต่สืบต่อทำคนเดียวจริงหรือไม่
จากกรณีวันที่ 17 พ.ค. พบศพ น.ส.จรินยา ช่วยพยัคฆ์ หรือน้องปลา อายุ 18 ปี เสียชีวิตในลักษณะถูกไฟเผาไหม้เกรียมทั้งตัวเหลือแต่กระดูก โดยมีรถจักรยานยนต์ถูกไฟเผาทั้งคันทับร่างผู้เสียชีวิตอยู่ในคูน้ำริมถนนหมู่บ้านศรีควนทอง ต.ช้างซ้าย อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากหายออกจากบ้านสามี 4 วัน ตำรวจตั้ง 3 ประเด็นหลักคือ เรื่องชู้สาว, ชิงทรัพย์ หรือ ยาเสพติด
วันที่ 25 พ.ค. พ.ต.อ.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี และพ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง ผกก. สภ.กาญจนดิษฐ์ นำเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีและชุดสืบสวน สภ.กาญจนดิษฐ์ นำหมายศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี จับกุมตัว นายพีระพล นวลเสน่ห์ อายุ 27 ปี ที่เป็นผู้ต้องสงสัยและเคยถูกควบคุมตัวในข้อหาครอบครองน้ำกระท่อม ตามร่างกายมีบาดแผลเป็นร่องรอยการขีดข่วนที่แขนและลำตัวโดยให้การกับตำรวจว่าแผลนั้นเกิดจากการไล่จับตะกวดในวันที่ 13 พ.ค. ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่น้องปลาผู้ตายหายไป แต่พยานหลักฐานขัดแย้งกับคำให้การ
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุมัติหมายศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีแจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อประกอบด้วย 1.ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.ฆ่าผู้อื่นซ่อนเร้นทำลายศพซึ่งปิดบังความตายให้รู้เหตุแห่งความตาย และทำให้เสียหายทำลายซึ่งศพโดยไม่มีเหตุอันควร 3.ชิงทรัพย์ โดยนำตัวมาจากบ้านพักที่อยู่ใกล้จุดเหตุ มาลงบันทึกการจับกุมที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหากลับไปควบคุมตัวที่ สภ.กาญจนดิษฐ์ เพื่อสอบสวนขยายผลต่อ
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุเพียงคนเดียว ในวันเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ตามผู้เสียชีวิตออกไป และได้ออกมาดักรอตรงจุดเกิดเหตุ เมื่อผู้เสียชีวิตผ่านมาจึงถีบรถตกลงไปในคูข้างทาง จากนั้นตามลงไปบีบคอจนเสียชีวิตจึงเผาทำลายอำพรางศพ ขณะที่ตำรวจชุดสืบสวนเชื่อว่าการรับสารภาพครั้งนี้เนื่องจำนนต่อหลักฐานที่ดีเอ็นเอของผู้ต้องหาตรงกับดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุและภาพวงจรปิดร้านทองในพื้นที่ สภ.ขุนทะเล ที่นายพีระพล นำสร้อยคอทองคำไปขาย แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมดซึ่งจะต้องสืบสวนขยายผลต่อไป
ขณะที่ตำรวจใส่กุญแจมือนายพีระพล นวลเสน่ห์นำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถไป สภ.กาญจนดิษฐ์เพื่อสอบปากคำต่อผู้เป็นพ่อเป็นถึงกับทรุดเป็นลมล้มลงทางญาติต้องเร่งปฐมพยาบาลและนำตัวกลับบ้านทันที