{{-- --}}
Advertisement

SHARE

หอการค้าไทยประเมินการชุมนุมถ้าไม่รุนแรงไม่ยืดเยื้อนานจะไม่กระทบความเชื่อมั่น

วันที่ 14 ต.ค. 2563 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC Confidence Index) สำรวจความคิดเห็นจากภาคธุรกิจและหอการค้าทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวม 365 ตัวอย่าง ในเดือนกันยายน 2563 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยฯ อยู่ที่ระดับ 32.5 จากเดือนสิงหาคม 2563 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 32.3 โดยมีปัจจัยบวกที่กระทบ ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2563 ใหม่ โดยคาดว่าจะติดลบน้อยลงเหลือ -7.8% จากเดิมที่คาดไว้ -8.1% รัฐบาลดำเนินมาตรการดูแลเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เพื่อช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศยังทรงตัวจากเดือนก่อน

ขณะที่ปัจจัยลบที่กระทบ ได้แก่ความวิตกกังวลต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน และการดำเนินธุรกิจ, ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านการเมือง ตลอดจนการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มเยาวชนและกลุ่มต่างๆ ที่อาจส่งผลให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับความขัดแย้งทางการเมืองดังเช่นในอดีต, รัฐบาลขยายเวลาการใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินต่ออีก 1 เดือน การส่งออกไทยในเดือนสิงหาคม 2563 ลดลง -7.94% และเงินบาทปรับตัวอ่อนค่า ซึ่งสะท้อนว่ามีเงินทุนจากต่างประเทศสุทธิไหลออกจากประเทศไทย

“แม้ดัชนีความเชื่อมั่นในเดือนกันยายน จะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากยังมีความกังวลในเรื่องของสถานการณ์การเมือง การชุมนุมของเยาวชนกลุ่มต่างๆ รวมทั้งความกังวลสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่ยังส่งผลกระทบ”

นายธนวรรธน์ ได้สถานการณ์การชุมนุมในขณะนี้หอการค้าไทย มองว่า ถ้าสถานการณ์ไม่ยืดเยื้อ และชุมนุมแบบค้างคืนไม่นาน เป็นการชุมนุมแบบแฟลชม็อบ และไม่เกิดการปะทะรุนแรงหรือบานปลาย คาดว่าจะไม่กระทบต่อภาพรวมความเชื่อมั่นของภาคประชาชนและภาคธุรกิจแต่อย่างใด แต่คงจะต้องติดตามหากการชุมนุมยืดเยื้อไม่จบ เกิดการปะทะรุนแรงและเกิดการชุมนุมในทุกพื้นที่ไปทั่วและยาวนาน จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมดัชนีความเชื่อมั่นในด้านต่างๆ แน่นอน

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...