Advertisement

SHARE

ของที่ระลึกที่ประดิษฐ์มาจากกระป๋องเครื่องดื่มเหลือทิ้ง โดยเฉพาะ ‘โมเดลรถตุ๊กตุ๊ก’ ที่กลายเป็นสินค้าที่ระลึกประจำประเทศไทยที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมักซื้อติดไม้ติดมือกลับประเทศไปแล้วนั้น นอกจากจะเป็นการนำขยะมารีไซเคิล ยังช่วยเพิ่มมูลค่าต่อยอด เป็นการสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทางหนึ่งแล้ว สินค้าเหล่านี้ยังต่อลมหายใจให้ครอบครัวของ นายพลังกร อุ้ยปะโค และนางสาวพรรณวดี มัธยามาศ สองสามีภรรยาที่พิการทั้งคู่ ได้มีรายได้ซื้อกับข้าวขณะตกงานช่วงวิกฤตโควิด-19 อีกด้วย

พลังกร อุ้ยปะโค หรือจอย อายุ 36 ปี เจ้าของกิจการโมเดลรถตุ๊กๆ กระป๋อง

พลังกร อุ้ยปะโค อายุ 36 ปี เล่าในรายการปัญญาปันสุขว่าตนเองพิการแขนขวาด้วน ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ จากอุบัติเหตุพลัดตกลงต้นไม้มาแขนหัก หมอเข้าเฝือกแน่นเกินไป เลือดไม่เดินจนต้องตัดแขนขวาทิ้ง เมื่ออายุ 26 ปี เขาได้พบรักกับ พรรณวดี มัธยามาศ เธอเป็นใบ้ พิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมายมาตั้งแต่กำเนิด ทั้งคู่เจอกันที่โรงเรียนอาชีวะพระมหาไถ่ พัทยา จังหวัดชลบุรี คบหากันมาได้ 2 ปี พลังกร ก็ขอแฟนสาวแต่งงาน ถูกเรียกสินสอด 100,000 บาท ในขณะนั้นเขาทำงานมีเป็นอาชีพหนุ่มโรงงาน เงินเดือน 12,000 บาท เขาต้องอดข้าวเช้าเกือบปีถึงได้เงินค่าสินสอด จนในที่สุดทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกัน เหลือเงิน 500 บาท มาเริ่มต้นชีวิตคู่ มีลูกด้วยกัน 1 คน

ด้วยฐานะที่ไม่ได้ร่ำรวย พลังกรทำงานเป็นหนุ่มโรงงาน รายได้เดือนละ 12,000 บาท ส่วนภรรยา ทำงานเป็นพนักงานร้านขายขนมในโรงเรียนคนพิการ รายได้เดือนละ 10,000 บาท ทั้งคู่ต้องเช่าห้องพักแถวโรงเรียนคนพิการ เป็นห้องแคบๆ กว้าง 4 ก้าว ยาว 5 ก้าว ขนาดห้องแคบมากจนไม่สามารถให้ลูกอยู่ได้ ต้องเอาลูกไปให้แม่ยายเลี้ยงที่ต่างจังหวัด ความฝันสูงสุดของเขาทั้งคู่คือต้องการให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จะได้รับลูกมาเลี้ยงดูเอง และครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา

พรรณวดี มัธยามาศ หรือ จอย อายุ 31 ปี ภรรยา

เรื่องราวของทั้งคู่แม้ต้องฝ่าความยากลำบากมาบ่อยครั้งด้วยสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมเหมือนคนทั่วไป แต่แล้วก็ต้องเจอกับมรสุมครั้งใหญ่ เมื่อผลกระทบจากโรคโควิด-19 ทำให้หัวหน้าครอบครัวต้องตกงาน จากพนักงานหนุ่มโรงงานในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะที่พรรณวดี ภรรยาถูกลดเงินเดือนจาก 10,000 บาท เหลือ 7,000 บาท

“ตอนนี้ไม่ได้ทำงานแล้วครับ ทำโรงงานจะโทษโรงงานก็ไม่ไหว พอดีไปเจอลุงคนหนึ่งเข็นรถขยะมาเก็บกระป๋องพวกนี้ เราก็มองๆ กระป๋องพวกนี้มันมีค่าแค่ชั่งกิโลขายเหรอ ซึ่งมันไม่เพิ่มมูลค่าให้กับขยะ ก็เลยคิดว่ามันน่าจะนำมาประดิษฐ์อะไรสักอย่างได้ เลยไปดูจากยูทูบ ไม่ได้มีครู ก็ลองทำ ลองผิดลองถูกเอง” พลังกร เล่า

แม้ร่างกายของทั้งคู่จะไม่สมประกอบ แต่ก็ดิ้นรนหาเลี้ยงชีพทำตระเวนหากระป๋องอลูมิเนียมจากกองขยะมาทำโมเดลรถขาย โดยใช้แขนข้างเดียวกับเท้าสองข้างสร้างสรรค์ขึ้นมา ส่วนภรรยาช่วยตัดกระป๋อง ทั้งคู่โดนกระป๋องบาดมือมานับครั้งไม่ถ้วน จากการลองผิดลองถูกฝึกทำโมเดลรถตุ๊กตุ๊ก โดยมียูทูบเป็นครู พลังกรบอกว่า เขาใช้เวลาฝึกทำ 1 เดือนเต็ม กว่าจะเชื่อมั่นในฝีมือตัวเองจะกล้านำออกไปขาย

“คันแรกที่ทำ เป็นลูกรถตุ๊กตุ๊ก ตอนแรกไม่สวยเลย ทำอยู่นานกว่าจะสามารถนำไปขายได้ ใช้เวลาศึกษา 1 เดือนเต็ม”

“ใจสู้อยากจะทำ คือตอนเด็กไม่เคยได้ของเล่น หาแบบหาอะไรมาให้ลงตัว ”

จากกระป๋องน้ำอัดลมธรรมดาถูกทิ้งในกองขยะ ทั้งคู่เพิ่มมูลค่าเป็นรูปแบบรถตุ๊กตุ๊ก เขาพยายามสร้างสรรค์ต่อยอดเป็นสินค้าที่หลากหลาย เช่น มอเตอร์ไซค์ เครื่องบิน มังกร และรถไฟ อย่างสวยงาม โดยราคาขายขนาดเล็ก ราคาเริ่มต้นชิ้นละ 190 บาท ขนาดใหญ่ 500 บาท

สำหรับช่องทางการขาย พลังกรนำไปเร่ขายริมหาดพัทยา ช่วงแรกๆ นักท่องเที่ยวต่างชาติยังมีอยู่ ขายได้ 5-10 คันต่อวัน กำไรประมาณ 300 บาทต่อวัน ผ่านไปไม่กี่วัน ไม่มีนักท่องเที่ยว ขายไม่ได้ ก็ไปตลาดนัด ขายได้ประมาณ 2-3 คัน บางวันก็ขายไม่ได้เลย จึงหันมาขายเฟซบุ๊กรายได้ 1,000-3,000 บาท ต่อเดือน แม้รายได้จะน้อยกว่าตอนเป็นหนุ่มโรงงาน และยังต้องใช้เงินภรรยาในการดำเนินชีวิต พร้อมปลอบใจตัวเองว่า “ช่วงนี้เป็นช่วงโควิด ใครๆ ก็เจอปัญหาเหมือนเรา เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น”

ผู้ที่สนใจอุดหนุนสินค้า สามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก โมเดลรถตุ๊กๆ กระป๋อง หรือโทรศัพท์หมายเลข 087-940-1693

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...