Advertisement

SHARE

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยผลงานรอบ 2 ปี พลิกโฉมหน้าการทำธุรกิจ ลดขั้นตอนการเริ่มต้นทำธุรกิจจาก 5 ขั้นตอน 6 วันเหลือ 3 ขั้นตอน 2.5 วัน นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาให้บริการจดทะเบียนนิติบุคคล ออกหนังสือรับรอง ส่งงบการเงิน ทำบิ๊กดาต้าคลังข้อมูลธุรกิจ ช่วยผู้ประกอบการทำธุรกิจ พัฒนาโชวห่วย เพิ่มช่องทางขาย OTOP ดันสินค้าชุมชนขายออนไลน์ 

วันที่ 26 ก.ย.2563 นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยถึงผลการทำงานในรอบ 2 ปีว่า ได้ผลักดันให้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ เพื่อลดขั้นตอน ระยะเวลา ค่าใช้จ่ายของผู้ใช้บริการ โดยล่าสุดได้ลดขั้นตอนการเริ่มต้นทำธุรกิจ จาก 5 ขั้นตอน 6 วัน ประกอบด้วยการจองชื่อบริษัท การชำระเงินทุนเข้าธนาคาร การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และการขึ้นทะเบียนลูกจ้าง เหลือ 3 ขั้นตอน 2.5 วัน โดยสามารถยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและขึ้นทะเบียนนายจ้าง ภาษีมูลค่าเพิ่ม ในคราวเดียวกัน ทำให้การจดตั้งบริษัทใหม่ทำได้เร็วขึ้น สะดวกขึ้น

กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ เพื่อลดการเดินทาง ลดการพบปะเจ้าหน้าที่ ลดขั้นตอนการติดต่อราชการ และสนับสนุนนโยบายการเว้นระยะห่างในช่วงโควิด-19 โดยพัฒนาระบบการจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มช่องทางการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ต้องเดินทางมายืนยันตัวตนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ เปิดให้บริการออกหนังสือรับรองนิติบุคคลในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ขอแล้วส่งทางอีเมล นำไปปริ้นได้ทันที ผลักดันการส่งงบการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในรอบปีงบการเงิน 2562 มีผู้นำส่งงบการเงิน 98% หรือ 559,910 ราย เปิดให้บริการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจแบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถค้นหาข้อมูลหลักประกันได้ทางเว็บไซต์ และมีการเชื่อมโยงข้อมูลการออกหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สามารถลดระยะเวลาจาก 15 วันเหลือ 3 วัน

ขณะเดียวกันได้พัฒนาคลังข้อมูลธุรกิจ สามารถใช้บริการได้ผ่านเว็บไซต์ของกรมฯ โดยผู้ประกอบการสามารถเข้ามาดูเพื่อใช้ในการวางแผนธุรกิจ เช่น ในพื้นที่นี้ ธุรกิจอะไรมีโอกาส ธุรกิจอะไรมีความเสี่ยง เพื่อประกอบการตัดสินใจในการทำธุรกิจ และมีการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลกับหน่วยงานต่างๆ รวม 127 หน่วยงาน เช่น กรมที่ดิน สำนักงานประกันสังคม และกรมสรรพากร เพื่อสนับสนุนนโยบายซีโร่ ก๊อปปี้ รวมทั้งกำลังนำระบบ AI มาช่วยในการตรวจสอบการจองชื่อนิติบุคคล

นายวุฒิไกร กล่าวว่า ในด้านการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ ได้อำนวยความสะดวกผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ในการทำธุรกิจ ด้วยการส่งเสริมให้เข้าถึงเทคโนโลยี มีโปรแกรมสำนักงาน โปรแกรมหน้าร้าน และโปรแกรมบัญชีให้ดาวโหลดไปใช้ โดยทั้ง 3 โปรแกรม สามารถเชื่อมโยงข้อมูลการซื้อขาย การทำบัญชี และทำงบการเงินที่นำส่งผ่านระบบ DBD e-Filing และยื่นแบบเสียภาษีกับกรมสรรพากรได้อัตโนมัย

นอกจากนี้ยังได้พัฒนาโชวห่วย โดยร่วมมือกับพันธมิตร แม็คโคร และยูนิลีเวอร์ ช่วยกันปรับภาพลักษณ์ ทำสำเร็จไปประมาณ 3 หมื่นราย ช่วยยกระดับสินค้า OTOP ผลักดันให้เข้าไปจำหน่ายในสนามบิน ที่สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต และกำลังเพิ่มช่องทางขายผ่านหน้าร้านและออนไลน์ และช่วยส่งเสริมผู้ผลิตสินค้าชุมชนให้ค้าขายออนไลน์ โดยร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น ลาซาด้า ช้อปปี้ และเจดี เซ็นทรัล นำสินค้าเข้าไปจำหน่าย และยังได้พัฒนาดิจิทัล วิลเลจ ออนไลน์ ที่เข้าไปส่งเสริมให้ทั้งหมู่บ้านขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ได้

ส่วนการสร้างธรรมาภิบาลธุรกิจ ได้กำกับดูแลการประกอบธุรกิจตามกฎหมายที่มีอยู่ 10 ฉบับ เช่น การสร้างต้นแบบธรรมาภิบาลธุรกิจ การส่งเสริมสำนักงานบัญชีคุณภาพ และกำลังจะผลักดันสำนักงานบัญชีคุณภาพสู่สำนักงานบัญชีดิจิทัล เพื่อการจัดทำบัญชีและงบการเงินถูกต้องและรวดเร็วขึ้น

โดยผลจากการพัฒนางานบริการ ทำให้กรมฯ ได้รับรางวัลมากมาย เช่น รางวัลชนะเลิศรัฐบาลดิจิทัล 2019 และรางวัลการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลตามโครงการยกเลิกสำเนาเอกสารราชการ ด้วยคะแนนสูงสุด จาก 1,858 หน่วยงาน รางวัลชนะเลิศ Digital Transformation Award 2019 ผลงานคลังข้อมูลธุรกิจ รางวัลแชมเปี้ยนด้านการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล 2019 จากองค์การสหประชาชาติ รางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐ ผลงานระบบการจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2562 และรางวัลนวัตกรรมบริการระดับดีเด่น ผลงานหนังสือรับรองนิติบุคคลรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ในปี 2563 และรางวัลชมเชยองค์กรโปร่งใส ในปี 2563 ซึ่งได้รับรางวัลต่อเนื่องมา 5 ปีแล้ว

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...