Advertisement

SHARE

วันที่ 13 พ.ค. รายการ Workpoint Today สัมภาษณ์ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถึงแนวทางการฟื้นฟูการบินไท

ดร.สามารถ กล่าวว่า ทางเลือกของการบินไทยในตอนนี้คือ 1.รัฐค้ำประกันหรืออุ้มการบินไทย 2. เดินเข้าสู่แผนฟื้นฟู ภายใต้ พ.ร.บ.ล้มละลาย ซึ่งต้องดูว่ารัฐจะเลือกทางไหน

ทางเลือกทางแรก รัฐต้องมั่นใจว่าถ้าค้ำประกันเงินกู้แล้ว การบินไทยต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นมีกำไรได้

ซึ่งตนเห็นใจการบินไทยเพราะหนี้หลักไม่ได้เกิดจากตัวเอง แต่เกิดจากฝ่ายนโยบาย เช่น ให้มีการซื้อเครื่องบินขนาดใหญ่ 10 ลำ 1 แสนล้านบาท เพื่อบินเส้นทาง นิวยอร์ก และ ลอสแอนเจลิส แต่ก็ขาดทุนใน 3 ปี แล้วเครื่องก็จอดทิ้งไว้ที่อู่ตะเภา

ทางเลือกที่ 2 ถ้ารัฐไม่ค้ำประกัน การบินไทยต้องยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางให้มีคำสั่งให้การบินไทยเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ จะมีการเจรจากับเจ้าหนี้ กำหนดว่าใครจะเป็นผู้จัดทำแผนฟื้นฟู และใครมาเป็นผู้บริหาร ซึ่งจะไม่ใช่กรรมการชุดเดิม

แนวทางนี้ประโยชน์คือ การบินไทยยังสามารถดำเนินกิจการได้ สามารถพักหนี้เกือบ 2.5 แสนล้านบาทได้ เจรจาขอลดหย่อนหนี้ ขยายเวลาชำระหนี้ได้ แปรหนี้เป็นทุนได้

แต่ข้อเสียต่อการบินไทย คือต้องใช้เวลานาน ข้อเสียต่อประเทศคือ ความเชื่อมั่นในตลาดตราสารหนี้อาจจะลดลง ส่วนเจ้าหนี้ เช่น สหกรณ์ต่างๆ ที่ซื้อหุ้นกู้อาจจะได้รับผลกระทบ ไม่ได้รับดอกเบี้ยและเงินต้นในช่วงเวลาหนึ่ง

แนวทางนี้ถ้าสำเร็จดีไป ถ้าไม่สำเร็จเจ้าหนี้อาจจะร้องขอศาลให้การบินไทยล้มละลาย ซึ่งถึงตอนนั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะมาตรวจสอบทรัพย์สิน ขายแล้วแบ่งปันไปตามสัดส่วนผู้ถือหุ้น ซึ่งปกติแล้วแต่ละรายจะได้ไม่เยอะ

ทั้งนี้ในส่วนของพนักงานไม่ว่าจะเดินแนวทางใด ต้องมีการลดพนักงาน ลดเงินเดือน สวัสดิการ พนักงานต้องยอมเจ็บไม่อย่างนั้นจะไม่จบ นอกจากนั้นการบินไทยต้องปรับโครงสร้าง ปรับเปลี่ยนเส้นทางการบิน

การจำหน่ายตั๋วที่ต้องพึ่งเอเย่นต์ถึง 70% และถูกหักหัวคิวต้องเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับการจัดหาพนักงานที่เดิมต้องพึ่งบริษัทตัวแทนเสียหัวคิวเช่นกัน บริษัทต่างๆ ที่การบินไทยถือหุ้นแล้วขาดทุนต้องเฉือนทิ้งทั้งหมด เครื่องบินไม่ต้องซื้อใหม่แล้ว และให้เหลือเฉพาะเครื่องแบบเดียวกัน จากที่มี 11 ประเภท ทำให้เกิดต้นทุนการซ่อมบำรุงสูง

ดร.สามารถ กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวแล้วอยากให้โอกาสการบินไทยอีกสักครั้ง แต่ต้องมั่นใจว่าถ้ารัฐค้ำประกันเงินกู้แล้วจะดำเนินกิจการได้ แผนต้องทำกำไรได้ แต่ถ้ารัฐบาลมองว่าค้ำประกันไม่ไหว ก็ต้องฟื้นฟูกิจการ

ส่วนเสียงสะท้อนจากสังคมออนไลน์ที่ไม่อยากให้รัฐไปอุ้มแล้วนั้นเข้าใจได้ แต่ถ้าฟังข้อเท็จจริงแล้วจะทราบว่าปัญหาเกิดจากนโยบายในช่วงที่ผ่านมา การขาดทุนหลักไม่ได้เกิดจากพนักงาน ดังนั้น ถ้าให้การบินไทยปลอดจากการเมือง บอร์ดรวมทั้งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ต้องตั้งผู้ที่มีความรู้ ต้องรู้เรื่องการบิน ประเมินสถานการณ์หลังโควิดได้ ถ้าได้ทำงานอย่างอิสระไม่ถูกแทรกแซงยังเชื่อมั่นว่าจะพลิกฟื้นวิกฤติได้


ส่วนข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจให้แปลงหน่วยธุรกิจเป็นบริษัท เช่น ครัวการบินไทย ฝ่ายช่าง ต้องคิดให้ดีเพราะเขายังสามารถทำกำไรได้ จะไปแปลงเป็นบริษัทหาผู้มาร่วมลงทุน เป็นการเอารายได้ให้ผู้อื่นแทนที่จะเป็นการบินไทย อยากให้มองว่า ถ้าทำแบบเดิมแต่ถ้ามีผู้บริหารที่ดีจะเป็นไปได้หรือไม่

ทั้งนี้ ตนมองว่า แบรนด์การบินไทยยังไปได้ดี มีจิตใจการให้บริการที่ดี แม้ผลประกอบการจะขาดทุน แต่ปีที่แล้วจากการจัดอันดับยังอยู่ที่ 10 ของโลก ถ้าสามารถประสานงานเป็นเนื้อเดียวกับ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เอื้อต่อการเป็นฮับ หรือศูนย์กลางการบิน ให้คนอยากนั่งการบินไทยมาเปลี่ยนเครื่องเพื่อบินต่อไปยังที่อื่นๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคนี้แทนที่จะเป็นสิงคโปร์ แต่ก็ต้องมีปัจจัยสนับสนุน ไม่ใช่ให้ผู้โดยสารยังต้องเดินไกลหรือต้องขึ้นรถบัส ซึ่งไม่สะดวกอย่างที่เป็นอยู่

 

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...