{{-- --}}
Advertisement

SHARE

นับถอยหลังศึกเลือกตั้งสหรัฐฯ หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายโจ ไบเดน ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต ร่วมการประชันวิสัยทัศน์เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว

ทั้งคู่ถกเถียงกันในประเด็นอะไรที่น่าสนใจบ้าง วันนี้ workpointTODAY คัดวิวาทะของทั้งคู่มาสรุปให้อ่านกัน

1️⃣ โควิด-19
การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังเป็นประเด็นใหญ่ในการประชันวิสัยทัศน์ของผู้นำสหรัฐฯ ตั้งแต่ครั้งแรก โดยสถานการณ์การระบาดในสหรัฐฯ ตอนนี้ ติดอันดับที่ 1 ของโลก ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อที่มากที่สุดกว่า 8.66 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดอยู่ที่กว่า 228,000 คน

นายโจ ไบเดน อาศัยการดีเบตครั้งสุดท้ายโจมตีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อย่างดุเดือดว่า ใครก็ตามที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตมากขนาดนี้ ไม่ควรดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกต่อไป

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นอกจากจะยืนยันว่าที่ผ่านมารัฐบาลของเขาจัดการกับการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี ในการประชันวิสัยทัศน์รอบนี้ เขายังเอ่ยปากย้ำด้วยว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่ได้เป็นความผิดของเขา รวมทั้งไม่ใช่ความผิดของนายไบเดน แต่เป็นความผิดของประเทศจีน

2️⃣ ความขัดแย้งสีผิว

ความขัดแย้งเรื่องสีผิวเป็นอีกประเด็นร้อนในสังคมอเมริกันในปีนี้จากการประท้วงเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้คนผิวสีที่ลุกลามไปทั่วประเทศ และทำให้ถูกมองว่า เป็นจุดอ่อนของประธานาธิบดีทรัมป์

ในการประชันวิสัยทัศน์รอบล่าสุด ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันว่า เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคน และน่าจะเป็นคนที่เหยียดสีผิวน้อยที่สุดแล้วในห้องดีเบตนี้ พร้อมชี้ว่า เขาเป็นผู้นำสหรัฐฯ ที่สร้างคุณูปการให้กับชาวอเมริกันผิวดำมากกว่าประธานาธิบดีคนใดในอดีต นับตั้งแต่ยุคอดีตประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น เป็นต้นมา

ขณะที่นายโจ ไบเดน โจมตีประธานาธิบดีทรัมป์อย่างรุนแรง โดยระบุว่าประธานาธิบดีทรัมป์เป็นผู้ที่ราดน้ำมันลงบนกองไฟให้กับปัญหาการเหยียดสีผิว ที่เดิมคุกรุ่นในสังคมอเมริกันอยู่แล้วให้ยิ่งโหมหนักขึ้น

3️⃣ เกาหลีเหนือ

การประชันวิสัยทัศน์รอบนี้มีประเด็นต่างประเทศที่ถูกยกขึ้นมาถกเถียงกันคือเรื่องเกาหลีเหนือ ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในผลงานของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ต่างฝ่ายต่างมองเห็นผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกัน

ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุถึงการไปสานสัมพันธ์กับนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือว่าเป็นเรื่องที่ดี โดยยกคำพูดของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่เคยพูดกับเขาเมื่อครั้งเปลี่ยนผ่านการดำรงตำแหน่ง ซึ่งนายโอบามายอมรับว่า ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือเรื่องเกาหลีเหนือที่อาจเกิดสงครามขึ้นมาได้

ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า สงครามที่นายโอบามากังวลย่อมหนีไม่พ้นสงครามนิวเคลียร์อย่างแน่นอน และการไปสานสัมพันธ์กับนายคิม จอง-อึน และรัฐบาลเกาหลีเหนือย่อมเป็นเรื่องที่จะยับยั้งสงครามได้

ขณะที่นายโจ ไบเดนมองว่า การไปเจรจากับผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ คือการไปให้ความชอบธรรมกับนายคิม จอง-อึน ซึ่งที่ผ่านมามีพฤติกรรมเป็นนักเลงอันธพาล โดยชี้ให้เห็นอีกว่า ทั้งๆ ที่ประธานาธิบดีทรัมป์อ้างถึงความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือที่ดีขึ้น แต่ทางการเกาหลีเหนือเองก็ยังพัฒนาขีปนาวุธ จนมีพิสัยไกลถึงผืนแผ่นดินอเมริกาอยู่ดี

4️⃣ ธุรกิจครอบครัวไบเดน

การประชันวิสัยทัศน์บางช่วงทั้งสองคนต่างขุดคุ้ยประเด็นเรื่องความโปร่งใสมาตอบโต้กัน โดยประธานาธิบดีทรัมป์พุ่งเป้าไปที่ข้อครหาถึงลูกชายของนายไบเดนที่มีรายงานว่า ไปทำธุรกิจในต่างประเทศสมัยที่พ่อเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวหาว่า ครอบครัวของนายไบเดนได้รับเงินจำนวนมากจากรัสเซีย และน่าจะได้รับเงินเหล่านั้นอยู่ ซึ่งนายไบเดนก็ปฏิเสธโดยยืนยันว่า ตลอดชีวิตของเขาไม่เคยได้รับเงินจากต่างชาติ แตกต่างจากประธานาธิบดีทรัมป์ที่มีธุรกิจมากมายในต่างประเทศ

5️⃣ ภาษีทรัมป์

ประเด็นการจ่ายภาษียังเป็นเป้าโจมตีประธานาธิบดีทรัมป์ในการดีเบตครั้งล่าสุด แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะเอ่ยปากว่า เขาเสียภาษีหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนตัวเลขที่ถูกเปิดเผยออกมาว่า เขาจ่ายภาษีในบางปีแค่ 750 ดอลลาร์ น่าจะเป็นแค่ค่าธรรมเนียม

แต่ด้วยความที่ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลด้านภาษี ทำให้นายโจ ไบเดนใช้โอกาสนี้โจมตีประธานาธิบดีทรัมป์ พร้อมตั้งคำถามว่าประธานาธิบดีทรัมป์ซ่อนความจริงอะไรอยู่หรือไม่ นายไบเดนยังแนะนำประธานาธิบดีทรัมป์ด้ววยว่า หากไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลภาษีก็ควรหยุดพูดเรื่องการตรวจสอบทุจริตได้แล้ว

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...