{{-- --}}
Advertisement

SHARE

พรรคเอ็นแอลดีของนางอองซาน ซูจี ครองเสียงส่วนใหญ่ในสภาจนสามารถเป็นรัฐบาลเมียนมาสมัยที่สองได้แล้ว โดยอาจชวนพรรคการเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เข้าไปร่วมรัฐบาลเพื่อสร้างความปรองดองด้วย

ผลการเลือกตั้งล่าสุดของเมียนมา พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมา อดีตนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย สามารถครองเสียงส่วนใหญ่ในสภา เพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว

แม้การนับคะแนนจะยังไม่เสร็จสิ้น แต่ผลการเลือกตั้งในวันนี้ (13 พ.ย.) ชี้ว่า พรรคเอ็นแอลดีได้ที่นั่งในสภาแล้ว 346 เสียง จากที่นับแล้ว 412 เสียง มากกว่าจำนวนที่ต้องได้อย่างน้อย 322 เสียง โดยยังมีอีก 64 เสียงที่ยังไม่ประกาศผล อย่างไรก็ตามมีรัฐบาลจากหลายประเทศ เช่นอินเดีย ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ที่ส่งสารแสดงความยินดีกับพรรคเอ็นแอลดีไปล่วงหน้าแล้ว

โฆษกพรรคเอ็นแอลดีระบุว่า ชัยชนะในการเลือกตั้งล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนสนับสนุนพรรคเอ็นแอลดี แต่ทางพรรคเอ็นแอลดีกำลังพิจารณาว่า จะไปพูดคุยกับพรรคการเมืองกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เพื่อเสนอให้มาร่วมรัฐบาลเพื่อความปรองดองแห่งชาติ

ขณะที่พรรคฝ่ายค้านหลักอย่างพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่า มีกองทัพเมียนมาให้การสนับสนุน ได้รับที่นั่งในสภาไปแค่ 24 เสียงเท่านั้น ซึ่งแนวโน้มจะไม่ได้รับความนิยมในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้เมื่อวันพุธ (11 พ.ย.) ผู้แทนพรรคยูเอสดีพีแถลงข่าว ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง โดยอ้างว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจัดการเลือกตั้งไม่เหมาะสม พร้อมเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยเสนอให้กองทัพเมียนมาเข้าไปมีส่วนช่วยจัดการเลือกตั้งด้วย

นอกจากข้อกล่าวหาของพรรคฝ่ายค้านแล้ว การเลือกตั้งเมียนมาในครั้งนี้ยังถูกนานาชาติจับตาถึงสิทธิของพลเมืองที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ เนื่องจากในช่วงก่อนการเลือกตั้ง คณะกรรมการเลือกตั้งประกาศระงับการจัดเลือกตั้งในหลายคูหา โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการปะทะกันระหว่างรัฐบาลกับกองกำลังของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่รัฐฉานและรัฐกะฉิ่น จนมีการประเมินว่า น่าจะมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้รับผลกระทบเกือบ 2 ล้านคน

ความท้าทายของว่าที่รัฐบาลเอ็นแอลดีสมัยที่สองหลังชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ หลายฝ่ายยังจับตาถึงทิศทางการบริหารประเทศที่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าไหร่ในสมัยแรก ขณะเดียวกันรัฐบาลของนางซูจียังถูกวิจารณ์ด้วยว่า เข้าข้างกองทัพมากเกินไป เห็นได้ชัดจากการปกป้องกองทัพเมียนมาที่ถูกกล่าวหาว่า อาจมีส่วนใช้ความรุนแรงถึงขั้นล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมโรฮิงญาในรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของประเทศ ซึ่งรัฐธรรมนูญเมียนมาฉบับปัจจุบันยังเปิดทางให้กองทัพเข้าไปมีที่นั่งในสภาได้ 25% และคุมกระทรวงความมั่นคงสำคัญ ได้แก่กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกิจการชายแดน

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...