Advertisement

SHARE

ทิม คัลแปน นักวิเคราะห์สำนักข่าวบลูมเบิร์กมอง “สงครามเย็นยุคเทคโนโลยีเริ่มต้นขึ้นแล้ว”

โดยเขาเขียนบทความหลังจากกูเกิ้ลประกาศระงับการเข้าถึงบริการของโทรศัพท์หัวเว่ย โดยบอกว่านี่คือนาทีที่หัวเว่ยคาดเอาไว้แล้วว่าจะต้องมี

บริษัทผลิตชิปทั้ง Intel Qualcomm Xilink และ Broadcom ได้สั่งให้พนักงานระงับการส่งสินค้าให้หัวเว่ยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระหว่างที่เฝ้ารอความชัดเจนของนโยบายภายใต้รัฐบาลทรัมป์

โดยฝั่งหัวเว่ยได้คาดการณ์และเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์นี้มาเกือบปี โดยขณะนี้บริษัทยังมีวัตถุดิบในการผลิตสินค้าได้อีก 3 เดือน ซึ่งแม้ว่าจะไม่มากนัก แต่ก็สะท้อนว่าหัวเว่ยเตรียมใจไว้ขนาดไหน

นักวิเคราะห์หวังว่าการแบนครั้งนี้จะเป็นแค่ส่วนหนึ่งของสงครามการค้าระหว่าง จีนและสหรัฐฯ รอบล่าสุด โดยหวังว่ามันจะนำไปสู่การเจรจารอบใหม่ แต่ก็ยอมรับว่าโอกาสที่จีนจะมองจะปัญหาใหญ่ก็มีสูง และจีนอาจจะเริ่มพัฒนาระบบที่ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากฝั่งสหรัฐและประเทศอื่นๆ

“คาดว่าหลังจากนี้จีนจะลงทุนมากขึ้นกว่าเดิมเป็นสองเท่า ในการพัฒนาระบบปฏิบัติการ ชิป เทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ ทดลงระบบของตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาระบบเทคโนโลยีคู่ขนานระหว่างสองโลก คือจีนและสหรัฐฯ” คัลแปนวิเคราะห์

“หลังจากนี้อาจจะมีแอนดรอยด์เวอร์ชั่นจีน ซึ่งแม้ว่าที่ผ่านมาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของจีนอาจจะตามหลังสหรัฐฯ อยู่สองสามก้าว แต่หลังจากนี้จีนจะเดินหน้าแล้ว”

รัฐบาลจีนน่าจะอนุมัติเงินสนับสนุนเพื่อประคองอุตสาหกรรมเทคฯ​ ให้มั่นคง คัลแปนมองว่าเงินลงทุนจะมีมูลค่ามหาศาลไม่น้อยจะลงไปกับสิ่งที่ไม่ได้ผลตอบแทนกลับมา แต่ท้ายสุดแล้วรัฐบาลจีนก็จะได้รับสิ่งที่ต้องการ นั่นคือเทคโนโลยีที่ครบวงจรไม่ต้องพึ่งพาใคร

สงครามเย็นแห่งโลกเทคโนโลยีได้เริ่มขึ้นแล้ว ผู้ชนะไม่ใช่คนที่มีนักรบที่เก่งกาจ หากแต่เป็นคนที่อดทนต่อสู้กับความสูญเสียและการลงทุนมหาศาลต่างหาก

ที่มาบทความ The Tech Cold War Has Begun

 

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...