{{-- --}}
Advertisement

SHARE

ชาวญี่ปุ่นจบชีวิตตัวเองเมื่อเดือนก่อนมากที่สุดในรอบ 5 ปี โดยเฉพาะผู้หญิงอายุต่ำกว่า 29 ปี

วันที่ 29 พ.ย. 2020 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) รายงานสถิติการฆ่าตัวตายของชาวญี่ปุ่นจากการรวบรวมของกระทรวงสุขภาพ สวัสดิการ และแรงงาน หลังพบว่ามีผู้กระทำอัตวินิบาตกรรมถึง 2,153 คน ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวเลขสูงขึ้นกว่าเดือนก่อนๆ อย่างมาก

มีการนำตัวเลขนี้ไปเปรียบเทียบกับจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 นับตั้งแต่เกิดการระบาดเมื่อช่วงต้นปี โดยข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่นระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 2,087 คน

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในกลุ่มที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ที่เปิดเผยจำนวนผู้ฆ่าตัวตายเป็นรายเดือน เนื่องจากมองว่าการฆ่าตัวตายเป็นปัญหาใหญ่ ที่อยู่ในสังคมมาอย่างยาวนาน

มีการวิเคราะห์ว่าปัญหานี้เกิดจากการทำงานหนัก ความกดดันในโรงเรียน การแยกตัวจากสังคม รวมถึงวัฒธรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้การฆ่าตัวตายยังคงเกิดขึ้นอยู่

แม้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นับจนถึงปี 2019 ตัวเลขการฆ่าตัวตายจะค่อยๆ ลดลง จนเหลือประมาณ 20,000 คนในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บสถิติในปี 1978 แต่การมาของโควิด-19 ในปีนี้ ทำให้กราฟขยับขึ้นสูงอีกครั้ง

สิ่งที่น่ากังวลคือ สถิติการฆ่าตัวตายในผู้หญิงเพิ่มสูงขึ้นมาก ในเดือนตุลาคม มีหญิงชาวญี่ปุ่นฆ่าตัวตายมากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 83% โดยเฉพาะในกลุ่มอายุต่ำกว่า 29 ปี ขณะที่ผู้ชายฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น 22%

ในรายงานฉบับนี้เผยถึงสาเหตุว่า เป็นผลมาจากการที่ธุรกิจโรงแรม อาหาร และค้าปลีกในญี่ปุ่น ประกอบด้วยพนักงานหญิงเป็นส่วนใหญ่ รวมไปถึงวัฒนธรรม “ชายเป็นใหญ่” ที่ยังคงมีอยู่ในแดนอาทิตย์อุทัย

นอกจากวัฒธรรมดังกล่าวแล้ว แนวคิดเรื่องการขอความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตของญี่ปุ่นยังไม่เปิดกว้างมากนัก จากค่านิยมที่หลายคนอาจรู้สึกอับอาย หากแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็น แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามออกกฎหมาย และจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหานี้มาตั้งแต่ปี 2006 แต่วัฒธรรมที่ผู้คนสามารถยอมรับกับการแสดงออกถึงความอ่อนแอได้นั้น ยังไม่เกิดขึ้นในสังคมญี่ปุ่น

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...