Advertisement

SHARE

ผู้พัฒนาวัคซีนซิโนแวคออกโรงชี้แจงถึงข้อกังวลที่มีในบราซิล เป็นการทดสอบในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และส่วนใหญ่ฉีดโดสที่ 2 ก่อนระยะเวลาที่กำหนด

วันที่ 18 ม.ค. 2564 สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานแถลงการณ์จาก ซิโนแวค (Sinovac) ผู้พัฒนาวัคซีนสัญชาติจีน ที่ขอชี้แจงถึงกรณีที่มีข่าวว่าวัคซีน โคโรนาแวค (CoronaVac) ของบริษัท ในกลุ่มทดลองที่ประเทศบราซิลนั้น มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อเพียง 50.4% โดยให้เหตุผลว่าเกิดจากการที่นำไปทดลองกับบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อสูงกว่าคนปกติ และส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนโดสที่ 2 เร็วกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้ผลการทดสอบออกมาต่ำกว่าปกติ

แถลงการณ์ของซิโนแวคระบุว่า วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตัวนี้จะปกป้องได้ดีขึ้นในกรณีที่มีการเว้นระยะห่างระหว่างโดสที่ 1 และ 2 เป็นเวลา 21-28 วัน ซึ่งการทดสอบที่บราซิลนั้น จากอาสาสมัคร 13,000 คน มีเพียง 1,400 คนที่ได้รับวัคซีนห่างกัน 3 สัปดาห์ตามข้อแนะนำ ขณะที่ส่วนใหญ่เว้นระยะเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น

โดยซิโนแวคอ้างว่า กลุ่มที่ได้รับวัคซีนโดสที่ 2 ตามกำหนดเวลา มีผลการทดสอบออกมาว่าป้องกันเชื้อได้ดีขึ้นกว่าอีกกลุ่มราว 20%

ที่ผ่านมาทางซิโนแวคได้นำตัวอย่างวัคซีนไปทดสอบในหลายประเทศ ซึ่งบราซิลเป็นประเทศที่มีกลุ่มผู้เข้าร่วมการทดสอบมากที่สุด ทำให้ตัวเลข 50.4% ที่ออกมานั้น ดูจะเป็นผลการทดสอบที่คนภายนอกให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

ส่วนการทดสอบที่อินโดนีเซียและตุรกีต่างก็ได้ผลแตกต่างกันไป โดยมีประสิทธิภาพอยู่ระหว่าง 65-90% แต่เป็นกลุ่มที่ไม่สามารถนำมาสรุปได้เนื่องจากมีจำนวนอาสาสมัครและผู้ติดเชื้อน้อยเกินไป

ทางบลูมเบิร์กเผยว่านอกจากกลุ่มประเทศที่มีการทดสอบแล้ว ยังมี ชิลี ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง สิงคโปร์ และไทย ที่ทำข้อตกลงกับซิโนแวค แม้ว่าจะยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดถึงประสิทธิภาพของวัคซีนก็ตาม

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...